|
ในเดือน 11 วันออกพรรษา ที่จังหวัดพัทลุง
มีงานประเพณีอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ อยากจะเชิญชวนนักท่องเที่ยว ไปเที่ยวชม
นั่นคือ งานประเพณี " แข่งโพน-ลากพระ " ที่ชาวพัทลุง
ร่วมกันอนุรักษ์ สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน
ก่อนที่วันออกพรรษา ประมาณ 1 เดือน วัด วา อาราม
ต่าง ๆ มักจะทำโพน เพื่อใช้ในกิจกรรมของวัด และที่สำคัญ เพื่อนำมาใช้ให้จังหวะการลากพระ
( บุษบก ) ในวันออกพรรษา โดยพระภิกษุ สามเณร เด็กวัด ตลอดจนชาวบ้านที่อยู่ละแวกวัด
จะร่วมแรง ร่วมใจทำโพน
โพน เป็นภาษาท้องถิ่นของจังหวัดพัทลุง
รูปร่างคล้ายกลองทัด มี 3 ขา ตัวโพนทำโดยการขุด หรือเจาะจากต้นตาลโตนด
หรือไม่ก็ไม้ขนุน มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 35-100 เซนติเมตร หน้าโพนหุ้มด้วยหนังวัว
หรือหนังควาย ทั้ง 2 ด้าน ส่วนไม้ตีโพน มี 2 อัน มักจะใช้ไม้เนื้อแข็ง
เนื้อจากว่ามีความทนทาน เช่น ใช้ไม้หลุมพอ
เทคนิคในการทำโพนของแต่ละวัดจะไม่เหมือนกัน
ขึ้นอยู่กับความชำนาญของผู้ทำ การทำโพน จึงมีความสำคัญทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกไม้มาเจาะเป็นตัวโพน
การเลือกหนังวัว หรือหนังควายมาหุ้มโพน การหุ้มโพน การแต่งโพนเพื่อให้มีเสียงตามความต้องการ
เมื่อแต่ละวัดหุ้มโพนเสร็จใหม่ ๆ ก็จะตี เพื่อทดลองเสียงว่าดังไกลแค่ไหน
มีเสียงทุ้ม แหลมขนาดไหน จึงเกิดมีการประลองกันแต่ละวัดว่า โพนของวัดไหนดังกว่ากัน
อันเป็นที่มาของการแข่งโพน ซึ่งการแข่งโพนจะนิยมแข่งขันในช่วงหัวค่ำ
ก่อนออกพรรษา บรรดาศิษย์วัด และชาวบ้านที่อาศัยใกล้วัด จะนำโพนใส่รถเข็น
เข็นไปยังจุดนัดหมาย เช่น ตามสีแยกต่าง ๆ ที่ไป-มาสะดวก ส่วนการตัดสิน
จะฟังเสียงโพน เมื่อโพนวัดใดดังกว่า จะเป็นที่ยอมรับกันในหมู่ผู้แข่งขัน
หากเสียงโพนของวัดใดดังน้อยกว่า ถือว่าแพ้
ต่อมาเมื่อปี 2523 ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดพัทลุง
ได้จัดให้มีการแข่งขันอย่างเป็นทางการ โดยจัดแข่งขันที่บริเวณสี่แยกเอเชีย
บ้านท่ามิหรำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เริ่มมีกติกาในการตัดสิน มีการประกบคู่โดยการจับฉลาก
แข่งขันครั้งละ 2 ใบ แพ้คัดออก จนเหลือคู่ชิงชนะเลิศ ส่วนการตัดสิน จะมีคณะกรรมการบนเวทีเพื่อให้ความสะดวกและชี้ขาด
สำหรับกรรมการให้คะแนน มี 3 คน จะแยกย้ายไปอยู่คนละจุด โดยห่างจากจุดแข่งขัน
500-1,000 เมตร คอยฟังเสียงโพนที่มีการแข่งขันแต่ละคู่ และส่งคะแนนมายังสนามแข่งขันโดยใช้วิทยุสื่อสารติดต่อ
หลังจากนั้นมีการจัดแข่งขันทุกปี
ต่อมาในปี 2530 การจัดงานแข่งโพน ได้ผนวกงานลากพระเข้าไปด้วย
( งานลากพระจัดในวันออกพรรษา เดิมจัดตามชุมชนต่าง ๆ 4-5 วัด จะมารวมจุดหนึ่ง
) การผนวกงานแข่งขันตีโพน กับงานลากพระเข้าด้วยกัน ใช้ชื่อเรียกว่า "
งานประเพณีแข่งโพน-ลากพระ" ขยายเวลาการจัดงานจากเพียงวันเดียว
มาเป็น 4 วัน และเลื่อนสถานที่จัดงานจากสี่แยกเอเชีย มาจัดที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดพัทลุง
ในงานมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ขบวนแห่โพน และขบวนแห่เรือพระจากวัดต่าง
ๆ การแข่งขันตีโพนชิงแชมป์ภาคใต้ การประกวดโพนสวยงาม การประกวดลีลาการตีโพน
แข่งขันซัดต้ม การจัดนิทรรศการ และมหรสพ
งานประเพณีแข่งโพน-ลากพระ ภายในงานมีกิจกรรมต่าง
ๆ เช่น การแข่งขันตีโพนชิงแชมป์ภาคใต้ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา
สยามบรมราชกุมารี การประกวดธิดาโพน การแข่งขันตีโพนรุ่นเยาว์ การแสดงบนเวที
การจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง และ มหรสพ วันลากพระ จะมีขบวนแห่เรือพระที่สวยงาม
โดยคาดว่าจะมีเรือพระจากวัดต่าง ๆ ทั่วจังหวัด มาร่วมขบวนแห่กว่า 50
วัด
งานประเพณีแข่งโพน-ลากพระ ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดพัทลุง
และเป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทย นับเป็นมรดกจากบรรพบุรุษ ที่ชาวพัทลุงร่วมกันสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน
เพื่ออนุรักษ์ และส่งเสริมให้เป็นศิลปะ วัฒนธรรม และประเพณีอันมีค่าของไทยต่อไป
นักท่องเที่ยว ที่อยากจะเยือนเมืองลุง อย่าลืมเที่ยวงานประเพณีแข่งโพน-ลากพระที่พัทลุง
ชาวพัทลุงยินดีต้อนรับด้วยความเต็มใจยิ่ง
|