พล.ต.อ.สุนทร
ซ้ายขวัญ
นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้
ในพระบรมราชูปถัมภ์
พล.ต.อ.สุนทร
ซ้ายขวัญ เกิดเมื่อวันที่ 24 เมษายน
พ.ศ.2487 ที่ตำบลดอนทราย อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง บิดามารดาอาชีพทำนาทำสวน
ปัจจุบันอายุ 57 ปี
ชีวิตในเยาว์วัย ได้จากบ้านเกิดไปเรียนหนังสือชั้นประถมที่โรงเรียนวัดพระมหาธาตุนครศรีธรรมราช
ชั้น ป.1-ป.4 จบการศึกษาชั้นมัธยมปีที่ 5 จากโรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช
ในปี 2494 และไปเรียนต่อ ม.6 ที่โรงเรียนสาธิตพิบูลย์บำเพ็ญ วิทยาลัยวิชาการศึกษาบางแสน
จังหวัดชลบุรี เข้ามาเรียนต่อ ม.7 และ ม.8 ในโรงเรียนเตรียมอุมศึกษาสามพราน
และเตรียมอุดมศึกษาพญาไท รุ่น 24 จนสำเร็จในปี 2505 ในปี 2506 ได้ตัดสินใจเลือกเรียนในสาขางานที่สามารถช่วยประชาชนได้กว้างขวาง
ด้วยการเข้าเรียนในโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม จนกระทั่งสำเร็จออกมารับราชการเป็นรองสารวัตรสอบสวนที่สถานีตำรวจนคร
บาลพญาไท ในปี 2510 และ ผบ.หมวด สภ.อ.เมืองนครปฐม ในปี 2513 ผบ.หมวด ร.ร.ตำรวจภูธร
4 จ.ยะลา หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษ จ.นราธิวาส ได้ใช้วิชาชีพตำรวจกระทั่งปัจจุบัน
โดยได้เลื่อนยศและตำแหน่งมาตามลำดับ จนกระทั่งเป็นพลตำรวจเอกในปัจจุบัน
โดยที่ไม่ยึดติดกับตำแหน่งหน้าที่และสถานที่
ชีวิตตำรวจส่วนใหญ่จึงคลุกคลีอยู่ในภาคใต้มาตลอด 30 กว่าปี ได้ปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงชีวิตหลายครั้งในการป้องกันและปราบปรามขบวนการแยกดินแดน
ซึ่งต่อมาเปลี่ยนเป็นขบวนการโจรก่อการร้ายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
คือ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ซึ่งมีหลายขบวนการด้วยกัน ได้แก่ พูโล บีเอ็นพีพี
เป็นต้น
พูดถึงตำแหน่งและยศที่ได้รับตั้งแต่ต้นจนกระทั่งบัดนี้
กล่าวได้ว่าได้เป็นไปตามขั้นตอนในเชิงก้าวหน้ามาตามลำดับ กล่าวคือ จาก หน.นปพ.จว.นราธิวาส
ปี 2517 เลื่อนเป็นตำแหน่ง ผบ.กอง สภ.อ.รือเสาะ จว.นราธิวาส จากนราธิวาสไปรับตำแหน่ง
สวญ.อ.กันตัง จังหวัดตรัง กลับมาเป็น รอง ผกก.นราธิวาส ไปเป็น ผกก.พัทลุง และ
พังงา ไปเป็นรอง ผบก.ภ.10 สุราษฎร์ธานี เลื่อนขึ้นเป็น ผบก.ภ.10 จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เป็นผู้ช่วย ผบช.ภาค 4 เป็น ผบช.ภาค 4 จว.สงขลา ผบช.ประจำตร. ในปี 2537 เลื่อนเป็นผู้ช่วย
อ.ต.หน.ภ.9 และ เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในกรุงเทพฯ ในตำแหน่ง ผู้ช่วย อ.ตร. (ปป.3)
ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปก.31) รอง ผบ.ตร.(สส.) และ เป็น รอง ผบ.ตร.(ปพ.) เมื่อ 3 ต.ค.2543
ทำงานอยู่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาคาร 1 ชั้น 6 ปทุมวัน ในปัจจุบัน
ระหว่างรับราชการได้มีการอบรมเพิ่มเติมในหลายหลักสูตร
ได้แก่ หลักสูตรผู้บังคับการ รุ่น 3 หลักสูตรนักปกครองระดบสูง รุ่น 18 หลักสูตรงานมวลชนสัมพันธ์ระดับบริหาร
และ หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร วปอ.รุ่น 36 เมื่อปี 2536 เป็นต้น
และเดินทางไปศึกษาดูงานในหลายประเทศ
ในด้านงานสังคมทั่วไป ได้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมชาวพัทลุงในกรุงเทพฯ
ประธานที่ปรึกษามูลนิธิ 5 ธันวามหาราช กรรมการสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง รับตำแหน่งรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้
(ฝ่ายตำรวจ) และได้รับตำแหน่ง นายกสามาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในปัจจุบัน
ด้วยคุณงามความดีที่พากเพียรปฏิบัติมาโดยตลอดทำให้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย
มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (มปช.) เพื่อเป็นเกียรติอย่างสูงแก่วงศ์ตระกูลสืบไป
จาก วารสาร " ปักษ์ใต้ " ปีที่ 8/44 กรกฎาคม-สิงหาคม 2544