วัตถุประสงค์ เพื่อเผยแพร่และอนุรักษ์การใช้ภาษาไทยถิ่นใต้ บก.หนูนุ้ย และ คณะฯ ขอกราบอภัยหากมีบางคำไม่สุภาพครับ แนะนำภาษาใต้ : nainoonui@hotmail.com

วันนี้ หลวงเผียก อีพาไปเที่ยวโสราด (อย่าลืมออกสำเนียงโสราดนะครับ) มีคำทางแถวโสราดรวมถึงหนอม ผลูดไปถึงชุมพร ยกตัวอย่าง " พี่หลวงมาเมื่อหรือ ไม่ได้เจอกันนาน พันปรือบ้าง หยูเครง "
พี่หลวงตอบว่า " สาคลายไอ้น้องบาวเห่อ " คำแปล คือ
    1 ผลูด แปลว่า พรวดพราด, ถลำ
    2 เมื่อหรือ แปลว่า เมื่อไร
    3 พันปรือ แปลว่า เป็นอย่างไร, เป็นไง
    4 หยูเครง แปลว่า ตอนนี้ ปัจจุบันนี้
    5 สาคลาย แปลว่า ค่อยยังชั่ว, พอใช้ได้

    วันนี้เท่านี้ก่อนหลวงเผียกแขบไปตัดหยางหลาว
    แถม แขบ กับ หลาว บก.ช่วยแปลให้กันตะ

จาก หลวงเผียก ท่าหลา

   เนตร : ส่วนใหญ่จะพบแถวเมืองคอน โดยเฉพาะท่าหลา ตัวอย่างเช่น หวางนี้จนจ้านตางค์หาหม้ายเนตร ,ไม่มีเนตร สามารถนำไปใช้คล้ายๆ กับ หมดเกลี้ยง, หมดเนตร, หมดผึด, หมดฉาด, เกลี้ยงแผวแมวเลีย
   ฉอย แปลว่า สอด, เสือก เช่น คนใหญ่เขาอีแหลง โหมสูอย่าฉอย
   หิด,เต็ด แปลว่า เล็ก,น้อย เช่น เวลาใคร ขออะไรและของเรามีน้อย "อย่ามาเอาเลยฉานมีเต็ด(หิด)เดียว"
หรือ ไหนเอามาแลที อันเท่าหิด(เต็ด)
จาก หลวงเผียก ท่าหลา
   คอนซุม หมายถึง คนบ้าหัวจุก จะติดสอยห้อยตามคณะ หนัง โนราห์ที่ตัวเองชอบ หลง ไปทุกที่ที่แสดง คงคล้ายกับแม่ยกลิเกนั่นแหละ
จาก เณรทอก เกาะหมุย
   โจ เป็นอุปกรณ์ที่ทำมาจากกระบอกไม้ไผ่ยาวประมาณ 1 ศอก แล้วนำไปลงคาถาอาคม เพื่อนำไปแขวนไว้ที่ต้นผลไม้ ซึ่งกำลังออกผลอยู่ค่อนข้างดก เจ้าของผลไม้กลัวคนอื่นจะมาขโมยไปกิน ก็เลยนำไปแขวนไว้ที่ต้นไม้ ให้มองเห็นได้ ใครเห็นก็จะกลัวไม่กล้าเก็บผลไม้ไปกิน เพราะถ้ากินเข้าไปก็จะทำให้ท้องป่อง (พุงพอง) มักนิยมนำโจไปแขวน (ใส่โจ) ไว้กับต้นผลไม้ที่มี่ลูกดก เช่น มะม่วง มะปราง ฯลฯ ต้นผลไม้หลายๆ ต้นที่อยู่รวมกันใน 1 สวน ก็ใช้โจ 1 อันร่วมกันได้ เจ้าของสวนมักเป็นคนขี้เหนียว
   โจ มี 3 ประเภท คือ โจหลอก โจแขวน โจฝัง (มักทำมาจากหนังควายขาว อนุภาพความรุนแรงมีสูง)
จาก คนพัทลุง
   ฉ๋อง : กลิ่นปัสสาวะของคนหรือสัตว์
   ด้ายแรงอก : เป็นอาการแสดงออกถึงรู้สึกความพอใจ, สุขใจ เช่นแรกแตวาลองเครื่องเสียงที่ เพิ่งซื้อมา ชาดดังด้ายแรกอก
   แง็ง : เป็นเสียงดุของสุนัข เช่น บ้านนั้นมีหมาโลกอ่อน เดินให้ดี วัง ๆ กัน เดียวมันอีเง็งเอา
   ฉ้าย : การใบ้หวย เช่น แรกแตคืนเขาฉ้ายเบอร์ คนจังเสียเหม็ด
   หม้ายหรัย : หมายถึงฐานะยากจน
   เภา : เป็นคนที่ไม่ดุ, หรือไม่ชอบมีเรื่องกับใคร
   พวมพร้าว : ลูกกลม ๆ สีขาวอยู่ในผลมะพร้าว
   ไช : ต่อย เช่น ไปแยงไขมดแดง โถกแตนไชเอาหลายแม่
   หย๊อด : แคระแกร็น เช่น โปลกดีปลีไว้ เท่เบินปลวก ไม่ได้รดนำหลายวัน ต้นหย๊อดหมด
   เอิด : ทำตัวน่าหมั่นไส้ เช่น อ้ายบ่าวงั้นพอได้เป็นตำรวจแล้วชาด เอิดหรอย
   หยบ : หลบหรือซ่อน เช่น แรกแตวาไปหลักรอก ไม่ด้ายสักตัว มันเข้าหยบในกอไม้ไผ่ ยิงก็ไม่โถก
   ดัยโหย้อ : ติดเป็นนิสัย เช่น หลวงไข่เวลาไปกินเหล้าบ้านเพื่อน เบี้ยไม่หอนเอาไป ดัยโหย้อ
   สัมหนวล : สำเนียงดี, พูดคุยเก่ง เช่น หลวงบ่าวจีบหญิงเก่ง สัมหนวล แกดี
   โหล : เป็นคำกริยาที่ใช้บอกถึงการออกไปหาสิ่งใดในเวลากลางคืน เช่น แรกแตคืนไป โหลปลา ได้ช่อนมา 2ตัว
จาก คนพัทลุง
แถกเด
    ภาษาใต้คำละวัน วันนี้เสนอคำว่า " แถกเด" หมายถึง การที่ว่ายน้ำแบบนอนหงาย แล้วพบกันใหม่ ....
จาก เท่ง เหล็กโคน
ม้วนทูน
    เห็นคุณชายเขาสากลัวว่าคำใต้อี้สูญหาย ก้าเลยนึกขึ้นได้มาคำนึงล่าวคือคำว่า "ม้วนทูน" ไม่โร้ว่าไคหอนได้ยินกันมั่งหม้าย คำว่า"ม้วนทูน"หมายถึงการทำสิ่งใดๆให้เสร็จไปเลยทีเดียวในคราเดียว คำนี้น่าจะมาจากการเปรียบเปรยของคนแต่แรกที่หยิบดับของเสร็จก็เอาขึ้นไปเทินไว้บนศรีษะโดยมีผ้าม้วนกลมรอง ผ้ากลมๆนั้นเรียกว่า"ผ้าม้วนทูน" ยกตัวอย่างเช่น "ฉัดให้ม้วนทูนไปเลย"หมายความว่า เตะให้บอบไปเลย หรือ "เอาให้ม้วนทูนไปเลย"หมายความว่า เอาให้หมดไม่ให้เหลือ
    ออ คำว่าม้วนทูนหมายถึงการเก็บสาดเวลาทำไหรเส็ด เช่นเอาสาดไปแลหนัง พอหนังเลิกก้าม้วนสาดตั้งบนหัวแล้วเดินกลับบ้าน ทีนี้ความหมายของม้วนทูนคือทำเส็ดก้าเก็บพาเลยไม่ตั้งอยูตรงนั้น เช่นเตะเส็ดแล้วก้าหามเลยถ้าไม่ตายก้าพาไปหาหมอ ถ้าตายก้าพาไปวัดเลย ......... จาก เณรหลำ
จาก คุณไขหลับ
สำปาว
    วันนี้เสนอคำว่า"สำปาว"คำๆนี้ไม่โร้ว่าไคหอนได้ยินมั่งหม้าย "สำปาว"หมายถึง การไปหาจุดมุ่งหมายเอาข้างหน้าหรือหาไปเรื่อยๆ ยกตัวอย่างเช่น วันนี้น้าบ่าวนุ้ยชวนน้องไขไวไปหาโลกคลักมาคั่วเกลือสักมื้อ แต่ว่ายังไม่ได้ไปเห็นหนองหรือยังไม่ได้ไปหมายหนองเท่อี้วิดไว้ที ก้าเลยต้องไปหาแบบ"สำปาว"คือหาไปเรื่อยๆ พบหนองไหนก้าวิดหนองนั้น
จาก คุณไขหลับ
โคลง
    วันนี้ขออนุญาตทำหน้าที่ บก.ภาษาใต้ สักทีล่าวนะครับ คำว่า "โคลง" ที่นำมาเสนอนี้ไม่ใช่ โคลงเคลง หรือ โคลงสี่สุภาพ แต่เป็น "โคลง" เท่หมายถึง ประจบ เอาใจ เพื่อให้ได้มาซึ่งบางสิ่งบางอย่างนะครับ
จาก บก.หนูนุ้ย
ปัดปัด แม่ไก่รังทัง
    วันนี้หลบบ้านพาไอ้ตัวเอียดไปข้างย่า เด็กมันก่าคือเด็ก ทีนี้ย่ามันว่า เฮสู้อยาปัด ปัด แรงถิ ทีนี้ก่าอี้ถามว่า หญิงก่าได้ชายก่าดี แตแรกใครชอบปัด ปัดมั่ง แล้วคำว่าปัด ปัด ภาษากรุงเทพเขาแหลงปรือละครับ
    ปัด - ปัด กับ แม่ไก่รังถัง ความหมายน่าจะอยู่ใประเภทเดียวกัน แต่คำว่า แม่ไก่รังถัง จะหมายถึง การมีที่อยู่หรือที่พักไม่ประจำที หรือมีที่อยู่ของตัวแล้วแต่ก็ยังเทียวไปเทียวมาไม่อยู่ที่ไหนประจำ เพราะฉะนั้น แม่ไก่รังทัง นี่น่าจะมีความหมายเน้นไปในเรื่องของที่พักมากกว่า ....... เณรเริง
    ถึงกันแล้วคำว่าปัด ปัด กับแม่ไกรังทังเหมือนกันหม้ายเล่าละเณร เห็นคนแตแรกเขาขี้แหลงว่า ปัด ปัด เหมือนแม่ไกรังทัง ....... ชายเขา
    ปัด - ปัด เป็น กริยา
    แม่ไก่รังทัง เป็น สำนวนไทยถิ่นใต้ ........ เณรเริง
จาก ชายเขา
บากร้าย
    วันนี้นำภาษาใต้มาเสวนา คือคำว่า "บากร้าย" คำนี้ตอนแรกเอียดๆเคยได้ยินเขาพูดกันโหย๋ แต่เด็กสมัยนี้หมั้นไม่คร่ายใช้กันแล้วเด๋ เพราะฉะนั้นใครที่โร้ หรือมีความโร้คำว่าบากร้าย ก้าเชิญเสวนา พร้อมยกตัวอย่างให้เด็กสมัยใหม่ฟังมั่งตะ
    ขอบคุณพี่หลวงเท่ยังสืบทอดเจตนา ภาษาใต้คำละวัน คำว่า บากร้าย นี้น่าจะแปลตรงตามตัว อาทิเช่น รถเครื่องคนนี้บากร้ายจังหูแล้ว หมายถึง รถเครื่องเก่าไม่สมประกอบ (บางทีต้องรุนทก) หรือ ชิวิตพี่ทองบากร้ายจังเสีย หมายถึง ชีวิตที่ลำบากรันทดแร้นแค้น ไอ้ไหรทำนองนี้แหละ ผิดโถกปรือช่วยกันเท้งก้าแล้วกันนะครับหนา ..... บก.หนูนุ้ย
จาก พี่หลวง
ถ็อกหวัก
    วันนี้ขอทำเถ้าเสนอคำว่า " ถ็อกหวัก " หมายถึง แผ่แม่เบี้ย อย่างเช่น หวันเย็นแลกแตวา สาวหัวครกไปหาย่านเชียกเท่น็อกท็่อง ปร้าตีนวัดนางลาด ถ่าไอ้บองหลานอก ถ็อกหวักโอย่ สาวหัวครกตกใจแล่นจนผ้านุ่งหลุ่ยตีนดุดหัวนาแย่ขี้นั่งเลยบาวนุ้ยเหอ ..... บาวหีด
    วันนั้นเดินไปในหลาดสด เห็นแม่ค้า 2 คน รบกันยกมือถ็อกหวัก นึกว่าอี้ตบกัน ตกลงไม่ได้ตบได้ถ็อกหวักอย่างเดียว 555 .... เณรเชษฐ์ เขาจิ้งโจ้
จาก สมาชิก
ยำ
    "ยำ ! แล้วกันพันนี้" เป็นคำแสดงความรู้สึกว่า ถ้าอย่างนี้ไม่ไหวแล้ว และไม่พอใจการกระทำของฝ่ายหนึ่ง เวลาพูดต้องพูดให้เสียงดัง และเน้นตรงคำว่า "ยำ !"
    อดสาเขบไปชวนบ่าวโถมากินเพราะนึกว่าเณรไก่อี้ยำโลกมุด เตรียมหวากมาเรียบร้อย 1 แกลลอน คันแล้วไอ้ไหรโถกเอายำแหม็ดแล้วยักหลังผิงเลย ทีหลังใช้คำว่าเนียนดีหวา เช่น เนียนแหม็ด เนียนปึดปึด เนียมไม่พักเอา เป็นต้น หลาวแล้วล่าวเราโถเหอ ...... บก.หนูนุ้ย
    ตามหลักภาษาใต้คำละวัน คำว่า"ยำ"เป็นคุณศัพท์ที่ขยายกิริยา เช่น ยำเม็ดมะม่วงหิมพาน หรือว่ายำเม็ดหัวครกบ้านเรา ยำเล็บมือนาง ต้มยำ ฯลฯ แต่ว่าไม่ใช่เพพียงแค่นั้นเพราะถ้าเป็นอาการโกรธเกิดขึ้น จะมีคำผุสวาท (อ่านว่าผุดสะวาท) หรือคำหยาบออกมาว่า "ระยำเอ้ย"เป็นต้น .... คุณชายเขา
    เบ่อ "ยำ" แหม็ดแล้ว โบ๋เราก้ากินแกงกันแหล่ะเณรไก่ สำหรับคำเท่เข้าพวกกับ "ยำ" เท่น้องไขไวโร้จักก้ามี "เนียน" ก้าเท่น้าบ่าวนุ้ยยกตัวอย่างหั้นแหล่ะ ซึ่งต้องมีคำขยาย เช่น เนียนปึดปึด เนียนแพล็ดแพล็ด เนียนแจ็กแจ็ก ส่วนอีกคำก้าคือ "ผง" เช่ย ผงเหม็ดแล้ว หรือ ผงผายแหม็ดแล้ว หมายถือเกิดความเสียหายจนไม่อาจจะแก้ไขได้ ครั่บ... น้องไขไว
จาก ไก่ ชะอวด
ไย
    วันนี้เสนอคำว่า "ไย" ซึ่งไม่ได้หมายถึงใยแมงุมหรือใยหยวกกล้วยเถื่อน แต่เป็น ไย ที่แปลว่า เลียนแบบ หรือ ทำตาม เช่น น้าหลวงโถแกชอบแหลงไยเณรเผี๊ยก เป็นต้น
     "ไย" ใช้ได้กับกริยาแบบเอินหม้าย นอกจากแหลงไย เพราะเท่าเท่เคยได้ยินมาแหลงไยคำเดียว แรกเด็กๆยังเพื่อนแหลงติดอ่าง นางสาวหัวครกชอบแหลงไย ผลสุดท้ายแหลงติดอ่างตามเพื่อนตั้งหลายวัน.... สาวหัวครก
จาก บก.หนูนุ้ย
ขว้ามหม้าว
    คำว่า ขว้อมหม้าว หรือ คว้ำเหม้า เป็นคำกลาง ๆ เช่นว่าไม่โร้ไคยเที่ยวขึ้นมาเขียนกวน ๆ ไว้เท่ข้างฝา ถ้าโร้แล้วอี้ตบให้คว้ำเหม้า หรือ ไคยเท่เอาสากถิ้มข้าวมาตั้งขวางทางเดี๋ยวดุดคว้ำเหม้าแหละ
จาก คุณชายเขา
จาพุทโธ
    วันเน้น้องไขไวขอเสนอคำว่า "จา พุทโธ" หม้ายโร้ว่าใคเคยได้ยินหม้ายเด้ คือเป็นคำอุทานในลักษณะเท่แสดงความประหลาดใจ คาดไม่ถึง ในเวลาเท่ทราบว่าใครมีอันเป็นไป เช่นได้รับอุบัติเหตุ หรือล่วงลับไปจากโลกนี้ แต่มีข้อแม้ว่าเขาผู้นั้นต้องเป็นคนดี ทำคุณประโยชน์ให้ส่วนรวม หรือเป็นคนอยู่ในศีลในธรรม พันเน้แหล่ะเท่คนเฒ่าคนแกสอนลูกสอนหลานว่าให้ทำดี เป็นคนดี ลูกเหอ หลานเหอ เมื่อตายไปแล้วอย่างน้อย ๆ ให้เพื่อนพอได้ให้ "จา พุทโธ" ก้าขอเชิญท่านสมาชิกเท่ทรงเกีรติทุกท่านร่วมเสวนาแหล่ะครับ
    อาจใช้ในกรณีที่ต้องการแสดงความเห็นใจ เสียใจ หรือ เศร้าสลด กะได้ ฤาษี (หนังลุง) ใช้เป็นประจำกับลูกศิษย์ก้นกุฏิ โดยเฉพาะนายเผี๊ยกและนายหนูนุ้ย ตัวอย่างเช่น จาพุทโธ น่าเศร้าสลด ลูกศิษย์วัดนี้อาราธนาศีลไม่ได้สักคนหนึ่ง .... บก.หนูนุ้ย
จาก น้องไขไว
พริ่ม พริ่มๆ
    วันนี้ บก.หนูนุ้ย ขอเสนอคำว่า " พริ่ม " หมายถึง เคลิ้ม หรือ พอเริ่มหลับ นึกออกหรือหม้ายเวลาคนเรานอนไม่หลับแล้วเที่ยวกินยาหนู้กินยาหนี้ พอเริ่มหลับ หรือ พริ่ม ไปสักหิด แล้วเพื่อนมาปลุกหรือไคทำไหรฉาวๆ ให้เราเติน แม้มันน่าถีบให้ยักหลังแย่ขี้นั่งหนิ
    แลตะโด้บ่าวโถเรา ทีรินหวากให้คนเอินมึกพอพ้นโลกขี้พรก ทีรินให้ตัวเองเต็มพริ่มพริ่ม พริ่ม บางความหมายก้าหมายถึง เต็มจนเกือบจะล้นก้าได้ครับ .... คุณไขหลับ
    พริ่ม หรือ ปริ่ม หรือ จวนเจียน น่าพออนุโลมอี้ใช้กันได้ ความหมายเดียวกันหม้ายละอาจารย์ไขหลับ แต่ว่าถ้าใคมาว่า ไอ้เถ้าหนี้แลหมันพริ่ม ๆ พรือโฉ้หนิ เอ๊าะฉานหวิบเอาแหล่ะ .... คุณไขไว
    พริ่ม ๆ กับ หม่ำ ๆ ก้าสาว่าไปไม่ไกลกันเท่าใด เพราะว่า พริ่ม ๆ ก้าหมายถึงเต็มแค่อี้ล้อน กับ หม่ำ ๆ ก้าหมายถึงว่าเต็มจนฉาบพูนไป เช่นแรกแตวาสาวฉี มายืมสารเท่เรินเราถึงเราว่าให้ไปตวงเอาเอง กันแล้วแกตวงเอาเต็มป้อยหม่ำ ๆ 10 ป้อยฉาบหมเผ้งไป .... บก.หนูนุ้ย
จาก บก.หนูนุ้ย
ออกคราว
    วันเน้เสนอคำว่า "ออกคราว" เป็นคำที่ใช้กับแมวหนุ่ม ไม่ว่าหนุ่มน้อย หรือหนุ่มมาก เท่ไม่ชอบโอย๋ติดเริน คือชอบออกไปเที่ยวหาโหม๋หญิง เขาเรียกแมวตัวผู้เท่มีอาการพันเน้ว่า "แมวคราว" การเท่ไม่ต้องการให้แมวเท่บ้านของท่าน "ออกคราว" ถ้าเป็นสมัยก่อนใช้วิธีเอาเกียงลนหนวดให้สั้น แต่ถ้าเป็นสมัยนี้ใช้ไตร(กรรไกร)ตัดก้าได้ เน้ก้าไม่เห็นสมาชิกเมืองลุงดอทคอมบางคนเข้ามาหลายวันแล้ว ไม่โร้ว่าไปออกคราวเท่ไหนกันหมั้งหม้าย ถ้ากลับมาก้าให้ระวังตัวกันสักหิด เห็นน้าบ่าวนุ้ยยืนบ่นโอย๋แต่สวนว่าอี้จับลนหนวดให้แหม็ดฉาด
จาก น้องไขไว
หลาเหิน
    หลาเหิน หรือ แหลงให้เป็นภาษากรุงเทพ ศาลาเหิน ซึ่ง มีความหมายเดียวกับ เลินเล่อ ยกตัวอย่างเช่น แลไอ้บาวนั้นต่ะเดินหลาเหินดุดแม่ค้าขายถั่วต้มถั่วคว่ำเหม็ดทั้งถาด ..... สาวหัวครก
    ถ้าเป็นศัพท์ใหม่ๆ ก้าน่าอิตรงกับคำว่า"สมาธิสั้น" คือทำไหรไม่จริงไม่จัง เอาแน่นอนไม่ได้ ...... ไขหลับ
    ถ้าเป็นคนสมัยแตแรกอี้ว่ากล่าวตักเตือนเชิงประชดประชันสาว ๆ ก้าว่า "คันหลาเหินพันเน้เดินดุดแม่ผัวคอหักแหล่ะ" หมายความว่าให้เดินระวังหรือสำรวมเพื่อให้บ่าว ๆ ในหมู่บ้านหรือต่างหมู่บ้านเห็นจริตกริยาแล้วอยากอี้ให้แม่มาขอไปทำลูก (สะใภ้) แต่ถ้าไม่ปรับปรุงก้าโอย๋แต่สวนกันพร้าวเรียวแหล่ะสาวเหอ ...... ไขไว
จาก ชายเขา
หมุดหมิดมุดมิดหม๊อง
    วันนี้ทำท่าเหียบเหมือนตีแตนแล้วล่าว นายหูนนุ้ยก้าเลยอยากจะเสนอภาษาใต้สักหิดเพื่อความคึกคักตะกั่วป่า คำว่า มุดมิด หรือ มุบมิบ ความหมายตรงกับคำว่า งุบงิบ ส่วน หมุดหมิดมุดมิด แปลว่า กระมิดกระเมี้ยน บัดสี เขิน อาย เป็นต้น แต่ หมุดหมิดมุดมิดหม๊อง นายหนูนุ้ยหอนได้ยินนานแล้ว นึกไม่ออกว่าแปลว่าไอ้ไหร ไคโร้ช่วยอนุเคราะห์ที เจ็บเบ็ดหัวเผี๊ยบๆแล้วหนิ
    คนแตแรกเขาใช้เป็นคาถาช่อซัง เวลาเขาอี้เริ่มเก็บข้าว ก้าโถกช่อซังเสียกอน เขาว่าพันนี้ "หมุดหมิดมุดมิดนั่งหม๊องขึ้นนั่งไขจ้องบนหัวนา " แต่ว่าไม่โร้เหมือนกันว่าแปลว่าปรือ แฮ ๆ ๆ ๆ ...... ชายเขา
    นางสาวหัวครก เป็นคนสมัยนี้แหละจึงไม่หอนได้ยิน เพราะสมัยกอนเขาเก็บข้าวทีละรวงโดยใช้แก้เก็บ ก้าโถช่อซังเสียกอน ถึงสมัยนี้เขาใช้รถตัดกันทังเพแล้วก้าเลยไม้พักช่อซัง เหมือนกับเวลาการเกิด(คลอด) สมัยกอนเวลาเด็กเกิดใหมหมอตำแหยเขาโถกจุ้มมือเด็กกัน แล้วก้าบอกว่าให้เก็บผักให้หักฟืน ทีนี้คนสมัยนี้ ไปเกิดกันเท่โรงบาลกันหมด เลยไม่ได้ให้ไคยจุ้มมือให้เด็ก ๆ นีโหยก้าเลยถ้าให้พ่อแม่หาให้กินทังเพ ..... ชายเขา
จาก บก.หนูนุ้ย
กวายหลาย
    กวาย หมายถึง รวบเข้ามาหาตัวหรือกวาดออกให้พ้นจากตัว
    หลาย หมายถึง มาก เยอะ
    เมื่อเอามาพูดรวมกัน"กวายหลาย"เป็นคำกริยา มีความหมาย หมายถึง อาการของคนที่พยายามดิ้นรนช่วยเหลือตัวเองให้พ้นภัย สังเกตุจากมือที่พยายามไขว่คว้าหาสิ่งยึดเหนี่ยว เช่น เณรนุ้ยเมาเหล้ามอดหนักไปสักหิด ขากลับก้าเดินโฮงเฮงหน้าสามหลังเสพลัดต็อมลงหวางร่องพาน ลงไปนอน "กวายหลาย" โอย๋ในหลุด (ตม,เลน)
จาก คุณไขหลับ
หาจก หยาจก
    อย่าเข้าใจผิดว่านายหนูนุ้ยอยากอี้ทำหล่อเพราะเห็นเที่ยวหากระจกอยู่ ไม่ใช่ติเหลา.... คำว่า "หาจก" หมายความว่า การกินแบบตะกละมูมมาม หรือ กินสิ่งเท่ไม่น่ากิน เช่น โดแลบ่าวโถเวลากินข้าวชอบยกหม้อแกงซดอาโหย๊ะ ชาด! หาจก หรือ เณรเผี๊ยกหาจกลักกินขี้ยางพรก เป็นต้น
    บางพื้นเท่ก้าแหลงว่า"หยาจก"คิดว่าน่าอิเพี้ยนมาจากคำว่า ยาจก ...... ไขหลับ
    เคยได้ยินแต่คำว่า "หยาจก" เหมือนอาจารย์ไขหลับว่าหั้นแหล่ะ สำหรับความหมายก้าเท่น้าบ่าวนุ้ยว่านั้นโถ๊กแล้วครับ .... น้องไขไว
จาก บก.หนูนุ้ย
ตาล่อ
    คำว่า "ตาล่อ" หมายความว่า การทำอะไรเกินตัว หรือ อยากได้เกินความจำเป็น เช่น โดแลบ่าวโถหิ้วน้ำตาลมา 3-4 แกลลอน ไม่โร้มึกแหม็ดหม้าย "ตาล่อ"หนิ เป็นต้น
    ตาล่อ ตา คือ อวัยวะที่ใช้มองเห็น ล่อ คืนโพล่ออกมา
    ตาล่อ คือตาโพล่ออกมาจากเบ้าตา เป็นคำพูดที่ตรงตัว เพราะเป็นอาการของคนที่อยากได้ หรือโลภมาก เป็นสำนวน แสดงกิริรยาอาการอยากได้จน ตาล่อออกจากเป้าตา เป็นอาการอันมีความสัมพันธ์กับหาจก ..... เณรเริง
    แรก ๆ ก็แค่ตาล่ออยากได้มาก ๆ พอได้มามากก็หาจก กินไม่หยุด ..... หนูเนือย
    เอาโดกวัวต้มมามากแรง แล้วกินไม่หมด แบบเนี้ยเขาเรียกว่"าตาล่อ" .... เชษฐ์
จาก บก.หนูนุ้ย
หลุดติดตีน
    ไอ้คำว่า "หลุดติดตีน" น่าอี้แยกได้เป็นสองความหมายคือ 1 คำว่า หลุด น่าอี้หมายความว่า ขาด หรือไม่ติด เช่นคำว่า วันกอนนายโถไปยืมเบี้ยบ่าวไขไว บอกว่ายืมสัก 3 เดือน ตอนนี้แสดงว่านายโถติด เหน้บาวไขไว แตพอครบกำหนด 3 เดือนนายโถเอาเบี้ยหลบมาให้บาว ก่าแสดงว่านายโถหลุดเหน้แล้ว 2 หรือไม่ติดเหน้แล้ว 3 ส่วนคำว่า ตีน นั้นก้าถ้าว่านายโถคิดอี้ไม่ให้ค่าติด ก้าสาว่าน่าอี้ได้ ?? บาวไปเป็นประทับตราแหละ หือว่าไคยอี้ว่าปรือ
    หลุด หมายถึง โคลน ตม หรือที่บ้านเราเรียก คราบหลุด เวลาไปวีดปลาในคลอง โคลนติดมา ก็ไปล้างตีนล้างตัวมาสักหีด แต่พอแห้งแล้ว ยังเหลือเป็นคราบโคลนขาวโหย่เหลย ที่บ้านเราเขาเรียกว่าคราบหลุด เรียกไปเรียกมา เหลือแค่ หลุด พาคราบหลุดอยู่ที่ตีน ก็เรียกว่า หลุดติดตีน ..... เณรเริง
จาก ชายเขา
จิม หรือ จิมจิม
    คำว่า "จิม" หมายถึง ริม เพราะฉะนั้น "จิมๆ " ก้าหมายถึง ริมริม เช่น อย่าตั้งแก้วน้ำบนโต๊ะไว้จิมแรงต๊ะลูกบ่าว เดียวอี้เหลินลงแตกหนาน หรือ เวลาขึ้นเขาให้วังๆสักหิดอย่าเดินไปจิมๆแรง เดียวอี้พลัดเหวนะครับ เป็นต้น
    อย่าออกไปจิมๆแรงตะบาว เดี๋ยวอีเหลินนอกชานหาน จิมก้าหมายถึงริมๆ เปรี้ยเข้าแล้วแหละหลวงเหอ .... โก้จ้อง
    เห่นิ แรกวันกอนที่เขาไปขึ้นกันฮั้น ส.สามช่า ดีเจชื่อดัง อ.ส.ม.ท.พัทลุง ไปกันเล๊า เสียงว่า จิมจิม อีกหล่นเขา
ถึงพอลงจากเขาได้ น้าส.สามช่าแกประกาศชัดเจนว่า ต่อไปนี้ ถ้าใครจะธุระกับเงาะ ก้าไปกันแต่สวน ไม่พักมาชวนแก หรือถ้าเงาะอีธุระกับแก ก้าให้ลงมาหา ไม่พักใช้ให้แกขึ้นไปพบ หรือถ้าให้ดี ใครมีมือถือหลายเคครื่อง ก้าทิ้งไว้ให้เงาะสักเครื่อง เวลาธุระได้คุยกัน ไม่พักตามรอยกันอยู่ วังการจิมจิมอีหล่นเขา นี้ไม่โร้ว่า น้า ส.สามช่า แกเดินก้าวขาออกแล้วม่าย ..... หนูเนือย
จาก บก.หนูนุ้ย
แพลม
    คำว่า "แพลม" มีความหมายสองนัย นัยที่หนึ่ง แปลว่า หมดไม่เหลือ เช่น บ่าวโถกินขาหมูแพลมแล้ว เป็นต้น นัยที่สองเป็นคำขยายกริยา แปลว่า ช่วงเวลาสั้นๆ เช่น ล่อลิ้นแพลม เห็นหลวงเท่งแพลมหนึ่ง เป็นต้น
    อืม ๆ บ่าวโถกินไข่ปลาหมอแพลมเดียว พลามพ้น ...... หนูเนือย
    แพลม คงจะคล้าย ๆ กับ หลุบล่อ หลุบล่อ เช่น วันนี้เห็นแพลมหนึ่งแหลกหัวเช้าโน้ เที่ยวหลุบล่อโย้ ไม่เข้ามานั่งเท่สักที ..... เณรเริง
จาก บก.หนูนุ้ย
ตบอกผาง
    คำว่า "ตบอกผาง" หมายถึง พอใจ ตรงใจ ชอบใจ ถูกใจ อย่างมาก เช่น ไปไหนไม่โร้แต่ถ้าชวนไปแลหนังลุงแล้วนายหนูนุ้ยตบอกผางแหละ เป็นต้น
จาก บก.หนูนุ้ย
ควัดควั่น
    คำว่า "ฟัดควั่น" หรือ ควัดควั่น" มีความหมายในภาษาข้าหลวงวาปรือเหลา ถ้าภาษาคนภูเก็ต เขาว่า ชุ่น เช่น นายเผียกทำงานเท่บ้านนายหัวนันท์ พอถึงวันเงินเดือนออกนายหัวไม่โร้ไปใหนนายเผียกเลยชุ่นใหญ่เลย
พัดลุงบ้านเรา ก้าแหลงว่าชุ่นเหมือนกัน คือ มึนในหมองคิดไหรหม้ายออกไปเป็นพักๆ     แต่ว่าถ้าชุ่นนานเป็นเดือนเป็นปีก้าเรียกว่า ขาดหุ้น ...... ไขหลับ
    สมัยแตแรก เวลาอี้ได้กินแกงวัวสักทีก้าโถกรวมให้ครบหุ้นเสียกอน แตว่าถ้าไคยได้เป็นคนสุดท้ายในหุ้นเขาว่าคนนั้นบาปหวาเพื่อน เพราะถ้าไม่ครบหุ้นวัวไม่ตาย ..... ชายเขา
จาก ชายเขา
บ้าเหียก
    บ้าเหียก ใครช่วยหาคำจำกัดความให้ที่พอฟังได้ให้ที มันน่าจะแปลในความหมายที่ว่า คนเท่ไปชอบใครสักคนแล้วไปเผ้า ไปเวียน ไปโดมแล ชอบไปจุ้นจ้านเป็นเจ้ากี้เจ้าการให้ผู้หญิงคนนั้น เพื่อที่จะแสดงตัวเป็นเจ้าของ ทั้ง ๆ ที่ ผู้หญิงไม่เล่นด้วย หรือจะมีความหมาพันเอิ่นเหลย ลองว่ามาแลที
    คำนี้น่าว่าเป็นศัพท์เฉพาะ ใช้เรียกโหมชายเท่ไปบ้าโหมหญิง เที่ยวไปเฝ้าไปเวียนจนหม้ายได้ทำงานเอิน หรือไคว่าพรื่อ ..... ไขหลับ
จาก เณรเริง
แย่ขี้นั่ง
    เหตุการณ์ต่อจาก ยักหลังผีง มักจะตามด้วย แย่ขี้นั่ง หมายถึง อาการเสียการทรงตัวจนทำให้ก้นกระแทรกกับพื้นอย่างแรง ภาษากลางใช้ว่า ก้นจ้ำเบ้า ท่านที่ประสบกับการแย่ขี้นั่งอาจจะทำให้อุจจาระหักใน ถ่ายไม่ออกอยู่หลายวัน และ อาจจะบานปลายจนทำให้นั่งไม่ลง (ลมมันเย็น) ได้นะครับ
    บก.หนูนุ้ย หอนได้ยินคำว่าแย่แป๊งหม้ายเหลา สมัยกอน เวลาแม่นอนให้โลกกินนม แบบว่าเด็กมั่นซนหั่น มั่นก้าขึ้นไปนั่งบนแม่แล้วก้าแย่ ๆ บนพุงแม่ แตแรกเขาเรียกว่าแย่ป๊ง นีโหยไม่โร้ว่าปรือ ไคยโร้ก่าบอกกันมั่งนะ ..... ชายเขา
จาก บก.หนูนุ้ย
ทำนุ้ย ทำยด ทำฤทธิ์
    อย่าทำนุ้ย ไม่ใช่แปลว่า อย่าทำอะไรหนูนุ้ย นะครับ คำว่า ทำนุ้ย หมายถึง ขี้อ้อน ขี้ร้อง ไร้เดียงสา เพื่อให้คนอื่นเห็นดูเห็นใจประมาณนั้น เช่น พอเห็นแม่มาแล้วสาวหัวครกทำนุ้ยอาโหย๊ะ หรือว่า หนูเนือยอย่าทำนุ้ยแรงต๊ะบัดสีบ่าวเหียกเปล่าๆ หนิ เป็นต้น
    ส่วนมากจะใช้กับเด็กๆ เช่น โด๋แลหมันทำนุ้ยต่ะ น่าถีบให้แหย๋ขี้นั่ง (ยกตัวอย่างน่ะค่ะ เดี๋ยวหาว่านางสาวหัวครกรุนแรง) ...... สาวหัวครก
    ต่อจากทำนุ้ยก้าคือ ทำยด หมายถึง พอหม้ายด้ายดังใจก้าทำยอแย ทำหน้างอเหมือนหวักตักเคย อี้ร้องมั่งหม้ายร้องมั่ง ไคไปโถกไปแถ้ง(แตะ)ก้าหม้ายด้าย ทั้งนี้ก้าเพื่อเรียกร้องความสนใจ ...... ไขหลับ
    ถ้าทำยดยังไม่ได้ผลก้าหยับอี้ทำฤทธิ์แล้วแหล่ะ ซึ่งส่วนมากบทลงท้ายของเด็กเอียด ๆ     เท่ทำฤทธิ์ก้าคือโถ๊กตีกับก้านยมวานลายหั้นแหล่ะครับ แต่น้องไขไวหาคร่ายทำไม๊ ..... น้องไขไว
สรุปว่า อาการทำยด เป็นอาการเริ่มแรก ก่อนจะถูกทำโทษนั่นเอง ..... หนูเนือย
จาก บก.หนูนุ้ย
หย็องแหย็ง ส๊องแส๊ง
    แรกวันกอนบาวไขแกไม่พอใจน้องจิ๋ม แกว่าน้องจิ๋มทำหย๋องแหย๋งใสแก แตว่าหย๋องแหย๋งคำว่านิ ถ้าภาษาข้าหลวงเขาแหลงว่าปรือเหลา ..... ชายเขา
    คืออาการกระฟัดกระเฟียด ทำท่าประมาณว่ารำคาญ หรือว่าไม่พอใจ น่าจะเหมือนกับคำว่า "แส้งแส้ง" ... สาวหัวครก
แต่ถ้าน้าหลวงโถทำท่าหย้องแหย้งก้าคนเท่เรินไม่ใคร่ชอบครับ ..... ไขไว
    เท่บ้านบ่าวฯจะแหลงว่า"ส้องแส้ง"เป็นกิริยา เมื่อไม่สบอารมณ์ แต่อีกความหมายคือ ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่สวยงามตา ..... ไขหลับ
    คิดว่าน่าอี้ตรงกับคำว่า แส้งแส้ง หรือ ส้งแส้ง นั่นแหละ แต่ไม่น่าใช่ หย้องแหย้ง ซึ่งหมายถึง ไม่คล่องแคล่วว่องไว เช่น ผอมหย้องแหย้ง เดินหย้องแหย้ง เป็นต้น ..... หนูนุ้ย
    วันนี้เซ้อหนังสือพิมพ์มาเล่มหนึ่ง ไม่ทันอี้ได้อานโหมเด็กมันพาไปเปิดแลโรป หนังสือพิมพ์หย๋องแหย๋งหมดไม่พักอานกัน อายงึ ?? ..... ชายเขา
    วันก่อนหม้ายโร้เด็กไหรเอาปากกามายักในสมุดรายงานหย๋องแหย๋งหมด ..... ไขหลับ
จาก ชายเขา
ช็องด็อง
    วันนี้เสนอคำว่า "ช็องด็อง" ซึ่งหมายถึง เกเร ด้น เช่น โลกบ่าวหลวงเท่งชาดช็องด็องเหมือนพ่อมมันหนิพ่อถิ หรือ วันนี้พ่อมมันหลบบ้านดึกแม่มมันเลยหยับอี้ช็องด็องสักหิด เป็นต้น
จาก บก.หนูนุ้ย
เหลินดังแส็ก
    วันนี้นายหนูนุ้ยอยากอี้ขออนุญาตพาหลบไปที่คำว่า "โผล้ง" ของอาจารย์ไขหลับ แล้วขอเทิ่มคำว่า "เหลินดังแส็ก หรือ เหลินแส็ก" อีกสักคำนะครับ คำนี้ให้นึกถึงถึงเสียงไอ้ไหรก้าตามเท่เหลินลงบนใบไม้แห้งครับ เช่น ขอยโลกขี้กาเท่ชายห้วยเหลินดังแส๊ก หรืออาจจะใช้กับกรณีเอินๆ เช่น เณรเผี๊ยกเมานอนตั้งแส๊ก (แขล็ก) อยู่แล้วล่าว เป็นต้น ..... จาก บก.หนูนุ้ย
    วันก่อนพลเผี๊ยกเที่ยวจับท่อมแถวคิวรถ อี้ไปจับหลวงเท่งแต่หลวงเท่งว่าแกไม่ได้กินท่อม พลเผี๊ยกไม่เชื่อเลยค้นตัวหลวงเท่ง พอปลิ้นชายพกถุงท่อมเหลินแส็ก เลยโถกพาไปขึ้นโรงพัก ไปถึงร้อยเวรหยับอี้ส๊อกแส็กหล่าว เพราะไม่อยากลงบันทึกประจำวันแต่อี้เอาเบี้ย แหลงไปแหลงมาหลวงเท่งหยิบใบยี่สิบตั้งแส็กไว้เท่โต๊ะ แล้วก้าหลบเริน หวางไป ...... จาก น้องไขไว
    ถ้าเหลินดังแส็กแสดงว่าเหลินไม่คร่ายแรงเท่าใด แต่ถ้า สากตืง แล้วหมันต้องเป็นเรียนแน่ๆ เลย เพราะว่าแรกเอียดๆไปนอนเฝ้าเรียนเท่หนำแหละ พอว่าเรียนมันเหลินหมั้นจะร่า (หมายถึงเรียนมันเหลินมากระทบกับใบและกิ่ง) มันก้าเลยเสียงดังสาก พอว่าเหลินถึงพื้นเสียงดังตืง เลยเป็นเท่มาของคำว่า สากตึง แต่ว่าบางทีอาจจะเป็นโลกพร้าวกะได้เพราะว่าโถกเพื่อนหลอก คราวนั้นทีนึงแล้ว กำลังนอนโอย๋ในหนำเฝ้าเรียน เพื่อนมันแอบมาทางข้างหนำ แล้วหาโลกพร้าวมาโยนให้หมั้นร่ากิ่งเรียน เสียงดังสากตืงเหมือนกัน แขบวิ่งลงจากหนำ นึกว่าเรียนเหลิน เท่ไหนได้กลายเป็นโลกพร้าว ทดแหม็ด.... จาก หลวงช่วง
    แรกวันก่อนเราพบเพื่อน เพื่อนเราบอกว่าเราไปทำไหรมา นับวันยิ่งสวยขึ้น เรากะเลยพลัดปลายยอดังแส๊ก ..... จาก นางสาวหัวครก
จาก บก.หนูนุ้ย
โผล้ง
    คำว่า โผล้ง หมายถึงตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ไม่หมกเม็ด (เพื่อให้มีช่องโหว่เพื่อไว้ช่วยเหลือพรรคพวกเพื่อนฝูงทีหลัง) โดยมากจะพูดเป็นคำซ้ำคือ โผล้ง โผล้ง คนที่มีนิสัยโผล้งโผล้ง คือคนที่ชอบทำอะไรตรงไปตรงมา คนที่พูดโผล้ง โผล้ง คือคนที่พูดตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม บางความหมายก็หมายถึง สิ่งที่ตกลงไปในรู... หลุมหรือบ่อ เช่น เดินไปดีๆ ไม่ทันดูซ้ายดูขวา ก็เลยเหลิน (หล่น) โผล้งลงในบ่อร้าง เป็นต้น ...... จาก บ่าวไขหลับ
    แล้วถ้าเหลินเผล้งล่าวละบาวไข เป็นอาการปันปรือนิ...... จาก ชายดม
    เหลินเผล้ง หมายถึงของเท่เหลินจากเท่สูงลงบนพื้นจะแตกหรือไม่แตกก้าด้าย เช่น ถ้วยชาม หม้อข้าว หม้อแกงฯลฯ
เหลินตืง หมายถึง เหลินทั้งยืน เหลินแบบทันทีทันใด เหลินดังพวบ หมายถึง โถกเตะรวบ เช่น ยืนโอย๋ดีๆ ไอ้บ่าวหนู้มาแต่ข้างหลังมาถึงเตะรวบเหลินดังพวบเลย อีกความหมาย ของ เผล้ง กะคือ โอ่ง หรือว่าตุ่มน้ำหรือว่าเนียง บ้านเรานี้เอง ...... จาก บ่าวไขหลับ
    ไม่โร้ว่าแถวๆ บ้านคนเอิน เขาเรียก เผล้งกันหม้าย เช่น เผล้งใส่หมาก หรือว่า เนียงใส่หมาก.... จาก นางสาวหัวครก
    ลักษณะของเผล้งจะไม่เหมือนกับโอ่งหรือตุ่มและเนียง เผล้งจะมีลักษณะเตี้ยหวาโอ่งและเนียง ปากกว้าง คอคอด ใช้สำหรับใส่น้ำกิน ส่วนเนียงจะโป่งกลางปากเอียด ใช้สำหรับไว้หมักหรือดองของกิน ส่วนตุ่มก้าใหญ่ขึ้นมาเหลยใช้ใส่น้ำกินน้ำใช้ ส่วนโอ่งใหญ่แตเพื่อนใส่น้ำได้มากแตเพื่อน .... จาก บ่าวไขหลับ
จาก บ่าวไขหลับ
ตู้ตี้นอแน
    คำว่า ตู้ตี้นอแน มีความหมายว่าอย่างไร ขอเชิญท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอภิปรายได้เลยครับ.... จาก ชายดม
    คำว่า ตู้ตี้ เป็นคำกริยา หมายถึงว่าเอามือไปแยงๆ แหย่ๆ หรือว่าลูบๆ ทำให้มันดักดู้เดียม
ส่วนคำว่านอแน นี่ไม่โร้ว่าแปรว่าปรือ เพราะไม่เคยได้ยิน ..... จาก นางสาวหัวครก
    แรกหมังเอียดๆ ก้าเคยโถกเพื่อนๆช่วยกันจับมัดแล้วก้าตู้ตี้นอแน อาการของคนเท่โถกตู้ตี้นอแนคือ หัวเราะท้องคัดท้องแข็งด้วยความดักดู้เดียม ..... จาก ไขหลับ
    ยังจำได้หิดๆ กับตู้ตี้นอแน เป็นคำแหลงคนที่ตู้ตี้ จะแหลงว่า ตู้ตี้นอแน ๆ ๆ ๆ ๆ และสวนคนที่โถ้กตู้ตี้ กะเสียวแหละ .....จาก เชษฐ์ ณ เขาจิ้งโจ้
    ก้าเคยเห็นแต่คนใหญ่เล่นกับเด็กแหล่ะ ตู้ตี้นอแน นี้หั้น หม้ายเคยเห็นคนใหญ่ ๆ เล่นกันเองสักที .... จาก หนูพริ้ม
จาก ชายดม
ม่อร็อง
    คำว่า "ม่อร็อง" หมายถึง ไม่ดี ไม่หล่อ ไม่สวย (โหมร๊ะ)
เท่ง : เอาต๊ะไอ้หนูนุ้ยโหมหญิงคนนั้นผมยกให้คุณ
หนูนุ้ย : ไอ้ย๊ะ! โดแลเวลายกให้เพื่อนต๊ะ อยู่ "ม่อร็อง" อี้ตายไปหนิ
เท่ง : คนสวยๆ คุณเชื่อผมต๊ะ เวลาเข้าห้องน้ำไม่ใช่แลได้หนิ
หนูนุ้ย : ไซร่อ๊ะ?
เท่ง : มันปิดตูเสียแล่ะ....
    ม่อร็อง ในภาษากลางน่าอิแปลว่า ซอมซ่อ ..... จาก น้องจุ้งครุ่ย
    แล้วถ้าว่า ม๊องคร่อ เล่าละแปลว่าปรือ ถ้าเท่ผมเข้าใจก้าว่าแลไม่ได้เหมือนกัน ยิ่งหวาปิดตูเสียล่าว..... จาก ชายเขา
    มอร็องนิ แปลว่าสักปรกกันม่าย เห็นเวลาหนูเนือยขี้คร้านน้ำ ใส่เสื้อไม่ซัก เพื่อนมันก้าทักว่า "มอร็องแหล่วหล่าวมึ๊ง" .... จาก น้องหนูเนือย
    สักปรก สักโครก สักมก โสมม มอมแมม เมื่อนำค่าเหล่านี้มาบวกกันแล้วก็จะได้คำว่า ม่อร็องครับ .... จาก เสี่ยดม
จาก บก.หนูนุ้ย
ลกลก
     คำว่า "ลกลก" หมายความว่า การทำอะไรที่เร่งรีบใจร้อนจนเกินไป ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นได้ง่าย เช่น ถ้าบราซิลไม่ลกลกก้าน่าอี้ได้แชมป์โลกแหละหนนี้ เป็นต้น
    ลกลก เป็นกิริยา เสดงถึงอาการเร่งรีบ ไม่รอบคอบ เช่น อย่าลกลกแรงถะเณรเดียวน้ำร้อนอี้ลวกมือเอาน้าน เป็นคำที่น่าจะคู่กับคำว่า ช้าช้าได้พร้าเล่มงาม ..... จาก เณรเริง
จาก บก.หนูนุ้ย
สกแส็ก ปลกแปล็ก
    คำว่า สกแส็ก และ ปลกแปล๊ก สองคำนี้มีความหมายเดียวกับคำว่า หลกแหล็ก หรือตรงกับคำว่า เหลาะแหละ ภาษาเจ้าเมือง ซึ่งหมายความว่า เชื่อถือไม่ได้ หรือ ไม่จริงจัง เช่น เย็นวันนี้ถ้าบราซิลเล่นสกแส็กอาจจะพลาดท่าตุรกีได้ หรือเช่น พอกรรมการไม่ตัดสินปลกแปล็กเกาหลีใต้ก้าแพ้เยอรมันตามฟอร์มนั้นแหละ เป็นต้น
จาก บก.หนูนุ้ย
แถกตีหลีด
    วันนี้มาพร้อมกับศัพท์ภาษาใต้ หลวงนุ้ยแปล แถกตีหลีด ถีดตีหริ่ง ทิงตีร่อย ให้หน่อย......
    โอเค ๆ ไม่มีใครแปลให้ใช่ไหม หนูเนือยเลยไปถามใครบางคนมา เขาบอกว่าเทียบได้กับค่ำว่า แดดิ้น ให้ดิ้นตาย มันก็ยังไม่ค่อยตรงอยู่ดี จะยกตัวอย่างให้ดู หลวงเชษฐ์ จีบสาวโหย่คนหนึ่งมานานแล้ว โหย่มาวันหนึ่งหลวงเชษฐ์ก็พบสาวคนนั้น ควงหนุ่มหน้ามนมาเย้ยให้ตำตาตำใจ ว่าแล้วหลวงเชษฐ์ก็แถกตีหลีดอยู่ตรงนั้นเอง อย่าลืมนะคะ! นี่ เป็นเพียงแค่เหตุการณ์สมมติ เพื่ออธิบายศัพท์คำนี้ค่ะ
จาก น้องหนูเนือย

ดำเหมือนตอหมกลืม
    ผมเชษฐ์ คนทักษิณ โรปหลอลากดิน หนี้สินพอสมควร ...วันนี้ว่าอี้เสนอถึงสำนวนใต้สักคำ...ตัวดำเหมือนกับ ตอ หมก ลืม..ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบกับคนผิวดำ แค่นี้ก่อนขอห้ายทุกคนโชคดี มีมันนี่ใช้ แม่ยายงาม น้องเมียสวย ด้วยกันทุกท่าน สวัสดีคร๊าบๆๆๆ....... เชษฐ์ ณ เขาจิ้งโจ้
    บางทีอาจใช้ว่า ดำเหมือนกล้วยหมกลืม หรือว่า ดำเหมือนหัวมันหมก ก้าได้ ตรงกันข้ามกับสำนวน ขาวเหมือนลูกจีน (ในหลาด) ครับ เห็นเณรเชษฐ์เข้ามาแรกหัวรุ่ง ไม่โร้พึ่งหลบจากลักแลเบ็ดเพื่อนหรือว่าพรือล่าวหนิ..... บก.หนูนุ้ย
    เคยได้ยินเขาบอกว่า "ดำเหมือนสำลีเม็ดใน" สงสัยว่าบ่าวเชษฐ เพิ่งหลบมาจากโหละยางมั้ง เห็นมาแรกหัวรุ่ง แขบทำยางให้เสร็จก่อนตีหนึ่งครึ่งแหละเพราะว่าอี้ได้โห่บอลล่าว...... นางสาวหัวครก

จาก สมาชิก
อย่าโฉโฉ
    แล้วคำว่าอยาโฉ ๆ นี้มันแปลว่าปรือละนายหนูนุ้ยเหอ...... ชายเขา
    มีความหมายเดียวกันกับ อยาฉาว ๆ เหียบๆ ถี่...... เชษฐ์ ณ เขาจิ้งโจ้
    ต่อไปนี้เรียงลำดับเสียงจากเบาไปหาหนัก เหียบกึบ เหียบเหมือนตีแตน ทู่ที่ โฉ เม่ ฉาว หนักหู ..... บก.หนูนุ้ย
    ไอ้อย่าโฉนี้ คือ อย่าทำให้เรื่องมันฉาว เขาก็ว่า ...... น้องหนูเนือย
จาก สมาชิก
ขวยใจ
    คำว่า "ขวยใจ" หมายความว่า เป็นห่วง กลุ้มใจ วิตกกังวล เช่น ช่วงบอลโลกหาหม้ายพี่น้องแฟนเพลงเข้ามาแหลงกันมั่งเลย ชาด "ขวยใจจังเสีย" หนิ
จาก บก.หนูนุ้ย
นั่งหม้อง
    คำว่า "หม้อง"นี้ภาษาข้าหลวงเขาว่าปรือไคเท่โร้เท่มาเท่ไปช่วยมาบอกให้ฟังทีตะ ...... ชายเขา
    คำว่า "หม้อง" น่าอี้ตรงกับภาษาเจ้าเมืองว่า ซึม ครับ เช่น เดินหม้อง นั่งหม้อง ก้าคือ เดินซึม นั่งซึม ไม่แหลงไหรกับไค โดยมีความหมายเดียวกับคำว่า หง้อง หรือ หง้องหง้อ เช่น นั่งหง้องหง้อเหมือนไก่ตายบาด เป็นต้น ....... บก.หนูนุ้ย
    น่าอี้แปลว่า อยู่คนเดียว เพราะหอนได้ยินเขาแหลงกัน แลไอ้บ่าวนั้นต่ะ นั่งหม้องโหย๋แต่สวน ..... นางสาวหัวครก
จาก สมาชิก
ขวัดด้งเปล่า
    หวางนี้บอลโลกฟีเวอร์ไม่คร่ายยังไคเข้ามาสนนาเลย แหลงก้าแหลงโหมเท่เที่ยวเล่นบอลเป็นต่อหนั้น โดยเฉพาะเณรเชษฐ์ ให้วังวังสักหิด เดียวอี้ "ขวัดด้งเปล่า" เหมือน ฝรั่งเศส-เซเรกัล ล่าวหนาน
จาก บก.หนูนุ้ย
เวเหว้
    วันนี้เสนอภาษาใต้ คือคำว่า เวเหว้ ไคเท่โร้ความหมายเชิญวิพากวิจารณ์ได้ตามอัธยาศัย.....
จาก ผู้ใหญ่แคว็ด
    อยู่คนเดียวมันเวเหว้จังเสีย พอเปิดมาเท่งนุ้ยคุยหนุกหายเวเหว้เลย งงงงงงงงงงง..... จาก เชษฐ์ เขาจิ้งโจ้
    แรกแต่คืนกินหวากบ้านบ่าวโถ 2 แกนลอน ตบท้ายเบียร์ช้าง 3 ขวด หลบหนำไม่ใคร่โถก พอเตินหัวเช้าสาว่าพาให้เวเหว้สักหิดหนิ..... (ไม่โร้โถกหม้ายล่าวเด่ะ)
จาก สมาชิก
กินเหนียว
    ภาษาใต้วันละคำวันนี้ขอเสนอคำว่า "กินเหนียว" แปลว่า แต่งงาน มีครอบครัว ไม่ใช่กินข้าวเหนียวส้มตำปลาร้าน่ะ
ขอถามสมาชิก ใครไม่กินเหนียวทียกมือขึ้น
จาก นางสาวหัวครก
ดับแผง
    คำว่า "ดับแผง" เป็นศัพท์เฉพาะในวงการหนังตลุง หมายถึง การจัดรูปหนังเข้าแผงหลังจากเลิกทำการแสดงแล้ว ต่อมากลายมาเป็นสำนวนชาวบ้าน มีความหมายว่าอยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว อาจเกิดอันตราย ให้รีบเก็บข้าวของออกเดินทาง เช่น ถ้าไม่มีสปอนด์เซอร์ เห็นทีนายหนูนุ้ยต้องดับแผงแล้ว เป็นต้น
จาก บก.หนูนุ้ย
โฮงเฮง
    คำว่า "โฮงเฮง" คือ เวลาเรานอนดึกแล้วยกขึ้นหัวเช้า (พักผ่อนไม่เต็มที่) ก็จะมีอาการโฮงเฮงพาหัวไม่คร่ายอี้รอดหนิ ไคอี้เพิ่มเติมก้าอย่าแชอยู่ต๊ะ หยับเหียบแล้วล่าวหนิ
     พอเมาแล้วยืนเยี่ยวหยับอี้โฮงเฮง ไอ้นั้นกะหอยโทงเทง พอแลไปข้างหน้าเห็นเรือที่เขาโคลงเคลง น้ำในเรือกะยังโหลงเหลง.... จาก เชษฐ์ เขาจิ้งโจ
จาก บก.หนูนุ้ย
    หวัดดีคับ บก.หนูนุ้ย ผมเพิ่งได้เข้ามาแล เว็บไซต์ เมืองลุง.คอม โร้สึกว่าประทับใจจังเสียพอถิ โดยเฉพาะ ภาษาใต้คำล่ะวัน ผมเลยว่าอิขอแนะนำสักฮิดนะคับ
    1.เขน แปลว่า ดวงจันทร์ หรือว่า พระจันทร์นั่นแหละครับ
    2.หยูม แปลว่า กลุ่ม,ก้อน
    3.จังเหวน (ห นำ ว นะครับ) แปลว่า บริเวณ
    4.แฉ้ แปลว่า ขว้างออกไป มักจะใช้กับของที่มีลักษณะเป็นจาน แบบๆ
    5.ลิว แปลว่า โยน หรือขว้างออกไป
    6.เนือย แปล่ว่า หิว
    7.โหม แปลว่า พวก พักพวก
    8.แตร็กๆ หรือว่า แจ็กๆ แปลว่า มากมาย เยอะแยะ
    ขอเสนอแค่นี้ก่อนนะครับ เดียวถ้าว่างค่อยเข้ามาหล่าว ส่วนความหมายเพิ่มเติมหรือตัวอย่าง กะขอช่วยเพิ่มเติมกันได้เท่ " เท่งนุ้ยคุยหนุก " นะครับ
จาก nimnoi ณ เมืองลุง
ง็อกแง็ก
    วันนี้ บก.หนูนุ้ย ขอเสนอคำว่า "ง็อกแง็ก" เช่น ควันง็อกแง็ก เสาเรินง็อกแง็ก พอหลวงเดินง็อกแง็ก เป็นต้น
    โงนไปเอนมา กลับไปกลับมา ไม่อยู่นิ่งซะที ......จาก ซาไก
    เดินกะโผลกกะเผลกแบบว่าเข็ดเมื่อยหรือตีนไปเหยียบเบื้องขวดหรือเหล็กโคน (ตะปู) ก้าต้องเดินง็อกแง็ก แต่ว่าถ้าเป็นเด็กเท่หัดเดินเขาก้าเยียกว่า"เดินต็อกแต็ก" ...... จาก ไขหลับ
    ถ้าใคยังนึกไม่ออก ลองแลท่าเดินนายหัวชวนต๊ะ เวลาเดิน ก้าวเท้าซ้ายไหล่ซ้ายก้าเอียง เวลาอี้ก้าวเท้าขวาไหล่ขวาก้าเอียง เดินพันเน้แหล่ะเรียกว่าเดินง๊อกแง๊ก แต่แหลงก้าแหลงแหล่ะ เวลาน้าบ่าวนุ้ยโถกเพื่อนทวงเบี้ยเท่แกล้งยืมลืมก้าแลอิทำท่าง๊อกแง๊กเหมือนกันแหล่ะ.... จาก น้องไขไว
จาก สมาชิก
ดุกดิก
    วันนี้นำภาษาใต้ คือคำว่า ดุกดิก มาแหลงกัน ใครเท่ทราบความหมาย กะช่วยกันแหลงตะ เช่นว่า หยุดนะนี่คือการปล้อน อย่ากระดุกกระดิก ไม่งั้นยิงไส้แตก หรือว่า น้องสาวนี่ชาดดุกดิกจัง สองคำนี้ไม่โร้ความหมายเหมียนกันหม้าย เรียนเชิญท่านผู้โร้ครับ...... จาก บาวแฉ็ง
    สำหรับคำว่า "ดุกดิก" ความหมายตัวตรงไม่ต้องโต๊ดก้าคือ กระดุกกระดิก นั่นถูกแล้ว เช่น เด็กเท่ซนอยู่ไม่แน่งติดเท่ เราก้าจะว่า อย่าดุกดิกแรงต๊ะโลกบ่าว ถ้าใช้กับสาวๆที่ชอบเขรถเครื่องเที่ยวไปปร้าหนู้ทีปร้าหนี้ที ก้าอาจใช้ว่า น้องสาวนี้ดุกดิกจังเสีย ก้าพอได้แหละครับ...... จาก บก.หนูนุ้ย
จาก สมาชิก
หลาเหิน
    เท่ง : คำว่าหลาเหินนี่แปลว่าปรือ หมึ้งพอโร้หม้ายละอ้ายนุ้ย
    หนูนุ้ย : หมาโร้มั๊ยเท่งเหอ แต่เห็นคนแตแรกเขาขี้แหลงกัน เช่นว่า สาวนี้หลาเหินจังเสีย
    เท่ง : ถ้าพันนั้นก้าเรียกบาวไข มาช่วยแปลตะ ไม่โร้ไปไหนแล้วล่าว สาเห็นเที่ยวเดินโอยแรกเดียวนิ....ไขเหอ ไข ไข...โห้ว..โห้ว..... จาก บาวแฉ็ง
    คำว่า หลาเหิน เป็นกริยาอาการเท่แสดงออกถึงความไม่ใคร่สำรวม ไม่ใคร่ระมัดระวัง หรือ ซุ่มซ่าม ในภาษาบางกอกหั้นแหล่ะ น่าอิโถ๊กน๊ะ...จาก น้องไขไว
จาก สมาชิก
ข็องแข็งค็องแค็ง
    วันนี้เราก้ามาแหลงกันเรื่องภาษาใต้ล่าวแหละ บาวแฉ็งจะนำคำว่า "ข็องแข็งค็องแค็ง" มาให้ บก.หนูนุ้ย รับไว้พิจารณา และกะให้โหม๋เท่เที่ยวว่างงานโอย๋นั้นมาช่วยกันท่าวถ้ำกันตามสบายและกะตามสมหควรแหละ
    ไขไว มาแล้วหลวงแฉ็งเหอ..ให้ฉานไปทำงานหมั้งแหล่ะ เล่นเนททั้งวัน เดี๋ยวใจเถ้าแก่อิทูดพ้นบริษัทเอาน้าน ... คำว่า ข๊องแข๊งค็องแค็ง น่าอิแปลว่าไม่ตรง หรือไม่เซ่อ เช่น อิหาไม้ไผ่ไปทำคันเบ็ดสักคัน แต่หาอันเซ่อ ๆ ไม่ได้ ยังแต่ดุ้นเท่คดข๊องแข็งค็องแค็งทั้งเพ... เชิญหลวงว่าโนราต่อต๊ะ น้องไขไวมาควังแล้วหนิครับ..
จาก สมาชิก
ลาต้า
    อาการ " ลาต้า " จะเกิดขึ้นตอนที่เราตกใจ เช่น ป้าหมุยแกนั่งเล่นไพ่อยู่ พอเห็นนายมาแกตกใจลาต้าโดดลงคลอง เป็นต้น .....บก.หนูนุ้ย
    ภาษากลางเขาว่า ลนลาน ทำอะไรไม่ถูกหรือเปล่าครับคุณน้า บก. .....น้องบ่าวต้นลอกอ
    ตรงกับภาษากลางว่า บ้าจี้ ครับน้าบ่าวนุ้ย แต่คำว่า บ้าจี้ ถ้าแปลเป็นภาษาใต้ก็จะเป็นอีกความหมายหนึ่งครับ ส่วนคำใกล้เคียงกับคำว่า ลาต้า กะน่าอิเป็นคำว่า ไล คือ เป็นอาการเท่ทำไปโดยควบคุมสติไม่โหย๋ เช่น พอเพื่อนแกล้งโฮกให้ตกใจแล้ว อิสั่งให้ทำไอ้ไหรก้าทำเพ บางคนก็อาจจะอุทานคำแปลก ๆ ออกมาได้เหมือนกันครับ พบเห็นบ่อย ๆ โดยเฉพาะในโหม๋คนหญิง แต่น้องไขไวโร้สึกว่าช่วงหลัง ๆ น้าบ่าวนุ้ยก้าหยับอิลาต้าแล้วหม้ายอ่ะ ....น้องไขไว
จาก บก.หนูนุ้ย
บ้อหล็อก
    อันนี้พอจะรู้ครับ เป็นศัพท์ของเด็กวัยรุ่นบ้านเรา "บ้อหล็อก" ถ้าที่ผมเคยได้ยินก็คือเป็นความหมายในทางที่ว่าไม่ได้เรื่อง ถ้าเป็นสิ่งของก็ร้าย เก่าแก่ ไม่ได้เรื่อง ใช้งานไม่ได้ ถ้าเป็นคนก็สุดจะพรรณนา เหลงแหลก หรุหระ เลวทราม เป็นคนไม่ได้ไหนเอาเสียเลย ยกตัวอย่าง ไปซื้อรถมือสองคันหนึ่ง แต่สภาพไม่ได้เรื่อง ก็บอกว่า มันบ้อร็อกแรง ทำนองนี้ล่ะครับ มีการแผลงคำนี้เป็นมร็อกด้วยครับ ซึ่งก็มาจากสกปรกนั่นเอง (ไม่ทราบที่อื่นเขาแปลว่าพันนี้หม้าย) .....น้องบ่าวต้นลอกอ
    ก็น่าจะแปลพันนั้นแหละหลานบาวเหอ ยกตัวอย่างเช่น เสื้อเท่นายหนูนุ้ยขายโอย๋ หมั้นเป็นของดี มีราคาไม่ช่ายของบ้อหล๊อก .......บาวแฉ็ง
    แรกแตวา (เมื่อวานนี้นะจะ) หายางไปขายจีนมันว่ายางเราเป็นยางบ้อหล๊อก ราคาโถกสักหีด .....ชายเขา
จาก สมาชิก
ก้องสี้
    อาจารย์ไขหลับยังไม่มา..... นายหนูนุ้ยทำเถ้าก่อน คำว่า ก้องสี้ น่าจะคล้ายๆกับ หนำ คือหมายถึงบ้านที่สร้างไว้นอนเวลาไปทำงานไกลๆ หมันหม้ายไม่โร๊ะ ไปแล้ว......
    ผางเข้าแล้ว หลวงนุ้ยเหอ หมั้นก้าเหมือนเท่เติ้นว่านะแหละ ยกตัวอย่างเช่น เถ้าแก่เท่เขามีสวนยางมากๆแล้วเขาจะไปสร้างก้องสี้ไว้ในสวนยาง เพื่อให้โลกจ้างเท่เข้าไปตัดยางได้เป็นเท่พัก แต่ไตรเท่เขาไม่เรียกหนำหรือเริน อันนี้ต้องฟังจากผู้โร้อีกที...... บาวจ้อง
    อยากโร้จักก้องซี่ ก็ไปแลตามที่พักโหมก่อสร้างตะ ฮั่นแล ก้องซี่ ถ้าให้ดี ก้าตามเกียงป๋อง อ่านสรรพลี้หวน มวนใบจาก จิบหวากในพรก (ทำเป็นคลาสสิคเหมือนจิบไวน์)........ น้องหนูเนือย
     ก้องสี้น่าว่าอิเป็นหนำเท่เถ้าแก่สร้างไว้ในสวน เพื่อห้ายโลก"กุหลี"โอย๋อาศัยเพื่อทำงาน สาว่าน่าอิหมันนิ (โลกกุหลี= ลูกจ้าง) ......... ไขหลับ
จาก สมาชิก
ควั่นควั่น
    ควัดควั่น หรือ ควั่นควั่น เป็นอาการของคนที่ทำอะไรไม่ถูก ทำอย่างโน้นก็ไม่ได้อย่างนี้ก็ไม่ได้มีการติดขัดไปเสียทุกอย่าง ก็เลยมีอาการที่เรียกว่า " ควัดควั่นหรือควั่นควั่น "
จาก คุณไขหลับ
ผลา
      ผลา กะคือ ร้านเท่เขายกขึ้นสำหรับเก็บของเหนือเตาไฟในครัว ส่วนมากกะใช้ไม้ไผ่สานเป็นแคร่ แล้วหาย่านเชียกมาผูกมุมเข้ากับขื่อทั้งสี่ด้าน ไว้เก็บข้าวของเครื่องใช้เท่ไม่สามารถแขวนไว้บนหัวนอได้ เช่นหวัก หัวเทียม หัวหอม เคย เป็นต้น หรือบางคนอิเอาบวบสุกเก็บไว้กันกะไม่พรือ เป็นการไล่ความชื้นไปในตัว เพื่อเก็บไว้ทำพันธุ์หั้นแหล่ะ)
จาก บาวไขไว
หล็อกแหล็ก
    พอเปิดเวปเข้ามาแล กะท่าบาวแฉ็งเปิดโอกาสให้ทำเถ้าหล่าว น้องไขไวกะตอบทั้งเมาขี้ตาโหย๋พันนั้นแหล่ะครับว่า คำว่า หล๊อกแหล๊ก เทียบได้ในภาษากลางว่า เหลาะแหละ คือทำไหรไม่จริงจัง ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ทำเล่น ทำแบบขอไปที ไม่โร้ว่าอี้โถ๊กมั่งหม้าย ......
    แล้วเบี้ยเท่อีมไปแรกเดือนก่อนตอใดอิเอามาห้ายเลาหนิ อย่าเที่ยวทำหล็อกแหล็กต่ะ อี้เอาไปห้ายค่าแชร์เขาล่าว เดี๋ยวเจ้ามือแชอิหาว่าเราหล็อกแหล็ก ..... คุณไขหลุบ
จาก สมาชิก
รายมาย
    วันนี้เห็นอาจารย์ไขหลับไม่มาวิสัชนาหลายวัน นายหนูนุ้ยกะเลยขอทำหน้าที่ บก.ภาษาใต้ สักหิดล่าว เพื่อไม่ให้เวปเหียบหนักแรง คำว่า "รายมาย" ใช้ในสถานการณ์เดียวกับคำว่า ฮวน กวนหมวน หรือว่า ลายเคง ..... เช่น บาวเหียกแกเที่ยวมารายมายน้องหนูเนือยเป็นประจำ เป็นต้น (เขาหยอกหนิ! อย่าเที่ยวหวิบกันล่าวหนานบาวเหียกเหอ)
    แฉ็งเคยได้ยินเขาแหลงว่า อ้ายบาวนี้เที่ยวรายมายไปทั้วนิ เช่น ไปกวนคนนี้มั่ง ไปขวนปี้คนนั่นมั่ง ไปกวนหมวนคนนู้มั่ง ทำนองนี้แหละโยม
    น้องไขไวว่า คำว่า รายมาย เท่แหลงกันมากะโถ๊กแล้ว เช่น ไอ้ไขเน้กินเหล้าเมาแล้วเที่ยวรายมาย หลบไปนอนเรินไป๊ คือแสดงอาการเกะกะระรานเขาไปทั่ว แต่เป็นคนละคำกันกับคำว่าม๋าย เพราะม๋ายเท่สาวหัวครกว่า หมายถึง การแสดงอาการเกี้ยวพาราสีของสัตว์บางชนิด เช่นนก ไก่ หรือเป็นการแสดงอาการของวัวก่อนเท่อิเข้าชนกัน โดยหันเอาข้างเข้าไปก่อนแล้วค่อยหยับเข้าไป พอได้เท่แล้วกะโดดพลุงชนกันเลยแหล่ะครับ ไอ้ย๊ะลังก๊ะ..วันเน้อาจารย์ไขหลับไม่โหย๋น้องไขไวหย๊อบมาทำเฒ่าสักเดียวใจหล่าว...
จาก สมาชิก
พอเกียงเผินหมาฉาว
    คือพันนี้แหละน้าบาวแฉ็ง (แต่กอนโร้จักคนนึงแหละเช่อแฉ็ง เที่ยวฉายหนังขายยา ไม่โร้คนเดียวกันหม้าย ) คำว่า " พอเกียงเผินหมาฉาว " เป็นคำเท่ใช้สมัยก่อนเท่เขาไม่มีไฟฟ้าใช้กันฮั้น และพอเวลาเขาจุดเกียงตามบ้านเผิน หมาหมั้นก้าเที่ยวเหาแหละเสียงดังฉาว กะเลยเป็นเท่มาว่า พอเกียงเผินแล้วหมาฉาว ..... คุณไขไว
    ฮาย!!!หวางนี้หม้ายค่อยอิว่างเลยนิ ตอนนี้เวลานี้ก้าโอย๋ อ.หลังสวนแล้วล่าว คำนี้น่าอิเป็นคำเปรียบเทียบกับคนเท่ทำเรื่องเล็กห้ายเป็นเรื่องใหญ่ โร้เรื่องไหรมาหิดๆ แต่เอาไปแหลงห้ายฉาว หรือเห็นไอ้ไหรสักหิดก้าต้องเก็บไปแหลงห้ายเป็นเรื่องขึ้นมา ..... คุณไขหลับ
จาก สมาชิก
บนแต่มี บุญแต่มี
    ภาษาใต้เราในแต่ละคำก็มีความหมายได้หลายๆ อย่างขึ้นอยู่กับการใช้และสถาณการณ์นั้นๆ บางทีคำๆ เดียวกันนำไปใช้แทนที่จะได้ประโยชน์กลับเกิดโทษได้เพราะการสื่อที่ไม่เข้าใจตรงกันอย่างคำว่า " บนแตมี " ถ้านำไปใช้ถูกต้อง พูดกับคนที่เรารัก เราพอใจหรือคนที่เราสนิทด้วยก็หมายความว่า เรายินดีด้วยหรืออวยพรให้เขาประสบความสำเร็จ แต่ต้องพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ตรงกันข้ามถ้าเราพูดด้วยสีหน้าที่มึนตึง หรือพูดแบบทำหน้าเบ้ ความหมายก็อาจจะหมายถึง เรากำลังดูถูกแกมประชดประชันอยู่ในที
    คำว่า "บุญแต่มี" เป็นคำพูดประชด หรือ บ้านเราว่าแหลงข่มเหง ยกตัวอย่างเช่น พอเห็นหลวงเท่งเซ้อรถเครื่องมาใหม่ป้ายแดงแหว้งมาเที่ยวรุนโม้อยู่ นายหนูนุ้ยก้าว่า "บุญแต่มี" เขา ..... บก.หนูนุ้ย
    บนแตมี ไม่มาแลโทรทัศน์เรินเราก้าไม่ใช่ว่าที เรินเรายังโทรทศน์ ตั้งยี่สิบนิ้วโหย (นิ้วมือสิบ นิ้วเท้าสิบ) ไม่มาแลก้าบนแตมี ..... ชายเขา
    เรื่องของสู้ บนแตมีแหละ..... เชษฐ์ ณ เขาจิ้งโจ้
จาก คุณไขหลับ
หลั้วเหลี้ย
    คำว่าหลั้วเหลี้ยน่าจาตรงกับคำว่ายั้วเยี้ยในภาษากลาง หมายถึง มีมากมาย เช่นว่า มานั่งกันหัวหลั้วเหลี้ยไปหมดนิ ..... พูนแก้ว
    หลั้วเหลี้ย บางทีก็หมายความว่า ไปรอดแหล่มิรอดแหล่ คล้ายกับคำว่า คุ่นคิ่น ..... คุณไขหลับ
จาก คุณไขหลับ
ราหร้า
     ราหร้าอ่านออกเสียงว่า " ราหร่า " เป็นคำที่ใช้ว่าคนที่ใช้นิสัยที่ไม่เข้ากับคนอื่น ไม่เข้ากับพวกพ้อง หรือไม่คล้อยตามความคิดเห็นของคนอื่น คนจำพวกนี้เขาจะเรียกว่า คนราหร้า ..... คุณไขหลับ
     ราหร่า อีกความหมายหนึง คือ พะรุงพะรัง ยกตัวอย่างเช่น แรกวานางสาวหัวครกไปหลาดเซ้อของจังหูหิ้วราหร้าเสียดี เดินปรือไม่โร้ด้วยความหลาวหลาวๆ พลัดลงในหลาดหัวเขาแม๋นเหม็ด (อย่างว่าแหละน่ะ เขาว่าคนสวยมักจะหลาวหลาว) ..... นางสาวหัวครก
จาก สมาชิก
เขรอ
    คำว่า " เขรอ " หรือ " เขรอะ " หมายถึง สกปรก แต่ถ้าเป็นกิริยาก็หมายถึงมั่ว มั่วซั่ว ยุ่ง รบกวนคนอื่นโดยไม่รู้กาละเทศะอะไรทำนองนี้ ใครที่มีนิสัยชอบเขรอะขอให้เลิกเสียนะครับ เช่น ชอบแหลงเขรอะ ชอบเขรอะเรินเพื่อน ชอบเขรอะเมียเพื่อน (อันนี้ อ.ต.ร.อย่าเที่ยวไปแปลเป็น อธิบดีกรมตำรวจนะ) ขึ้นเช่อว่าเขรอะแล้วไม่ดีทั้งนั้น
จาก คุณไขหลับ
ว้องแว้ง
    คำว่า ว้องแว้ง กะคืออาการเท่แลไหรไม่เห็นชัดเจน เช่น พอหวันมุ้งมิ้งแล้วแลไหรพาให้ว้องแว้ง เป็นต้น .... นายหนูนุ้ย
    แถวบ้านนางสาวหัวครก ถ้าแหลงว่า ว้องแว้ง ต้องยัง สี๋กี้ว้องแว้ง แต่น่าจะแปลว่า ไม่ค่อยชัดเจน .... นางสาวหัวครก
จาก สมาชิก
ลายเคย
     ลาย หมายถึง ละลาย เคย คำนี้ในภาษาใต้มีอยู่หลายนิยาม เช่น สิ่งที่เป็นผ่านมาล่วงเลย กะปิที่ใช้ใส่แกง กุ้งตัวเล็กๆที่เรียกว่ากุ้งเคยและ.......????? เมื่อเอาสองคำมารวมกันก็หมายความว่า หมดสิ้น หมดเนื้อสิ้นตัว ใช้เป็นคำคล้องจองกับคำว่า อิ๊บอ๋าย...คำเดียวเท่านั้น (หลีกเลี่ยงแล้วนะไม่กล้าใช้คำตรงๆเพราะกลัวว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง) อิ๊บอ๋ายลายเคย ก็หมายความว่า ได้รับความหายนะจนหมดสิ้น แต่ถ้าเอาคำมาสลับกันก็จะมีความหมายที่เปลี่ยนไป เมื่อสลับแล้วก็คือ เคยลาย....อ๊ะอ๊ะ!! สาวๆ อย่าพึ่งร้อนใจก่อนต๊ะ ไม่ใช่เหมือนเท่โหมเติ้นคิดทีเหลา เคยลายหมายความว่าเคยลายมาก่อน เอ๊ะพันพรื่อล่าว ออเอ้อ!!ยกตัวอย่างเรื่องคนเคยลาย... แรกหมังเอียดๆ โถกแม่ตีจนเลือดออกซิบๆ เป็นแผลโอย๋หลายวันหวางอิหาย (ตีเท่วาน) อันนี้ก้าวานเคยลาย พอเติบขึ้นมาสักแต็ดทำท่าอิเป็นเกลื้อน เอาะ!ไม่ทำท่าแหละเป็นเต็มหลังเลย ลายเหมือนแผนที่โลก รักษาจนหายอันนี้ก้าหมายความว่า หลังเคยลาย เหมือนกับ เคยดำ......หั้นแหละ คำนี้โหมหญิงเท่ทำนาโร้จักดีเพราะโหมหญิงเหล่านี้ก็ต้องเคยดำ...........
จาก คุณไขหลับ
ลายเคง
    ลาย หมายถึง ทำลาย เคง หมายถึง ปลวกชนิดหนึ่งซึ่งทำรัง (ปลวก) เล็กๆขนาดประมาณลูกมะพร้าว ประโยชน์ของเคง คือ เอามาสับให้ไก่หรือปลาดุกเพื่อเพิ่มโปรตีน ลายเคงเป็นคำเปรียบเทียบ ความหมายของ ลายเคง หมายถึง เลิกหรือทำให้เลิกครับ ......... บ่าวไขหลับ
    
แถว ๆ บ้านน้องไขไว คำว่า เคง กะยังใช้ได้กับที่วางไข่ของปลาครับ เช่น แรกวาซือได้ยินเสียงไอ้ช่อนจับพลุง ๆ ในห้วยปล้าหัวนอนเริน สงสัยอิกัดเคงหนิ คร่าวสักพักค่อยไปส้อนลูกครอกมาให้น้าหลวงโถคั่วพริกให้กินหวา .... น้องไขไว
จาก บ่าวไขหลับ และ น้องไขไว
เพริบ เพริบ
    วันนี้เหียบจังเสียหล่าวหนิน้าบ่าวนุ้ยเหอ ไปไหนกันแหม็ดกะหม้ายโร้...ทั้งน้าหลวงโถ ทั้งบ่าวเชษฐ์ ณ ไข่จิงโจ้ เอ๊าะ! ผิดแล้วหล่าว ขอโทษครับ ณ เขาจิงโจ้ บ่าวชายเขา สาระพัดบ่าว หายหูดตูดบ้องฉาดเลย ส่วนสาวๆ ทั้งน้าสาว พี่สาว น้องสาวกะหาหม้ายเห็นใคสักหมูกเหมือนกันกับโหมบ่าว ๆ ปล่อยให้น้าบ่าวนุ้ยนั่งเฝ้าหนำแลลมพัดหลังคาหนำ เพริบ เพริบ อยู่หนิครับ
จาก น้องไขไว
โอ้รถ
    ก่อนเท่น้าบ่าว egg sleep อิมาวิสัชนา ผมน้อง egg fast ขอทำเฒ่าสักหิดก่อน คำว่า โอ้รถ (โอ๋รด) คือเป็นคำเปรียบเทียบ (เชิงตำหนิ) คนที่หยับอิลืมตัว คล้าย ๆ คนลืมตัววัวลืมตีนพันนั้นแหล่ะ เช่น ว่าพอได้ดิบได้ดีเกินหน้าเกินตาคนอื่น หรือคิดเอาว่าเหนือคนอื่น กะชอบแสดงการกระทำในลักษณะที่ไม่สำรวม อวดดี อวดเก่ง ขึ้นมา ทำนองนี้แหล่ะ ไม่โร้อิโถกต้องหม้าย พันพรือ ๆ ฉานกะอิขัดตาทัพให้น้าบ่าวไขหลับไปพลาง ๆ ก่อน หว่างแกอิมาตอบให้ เพราะเห็นแกบ่นเหลือเหตุว่าหมังนี้มันเหี๊ยบแรง พันพรือๆ กะคร่าวน้าบ่าวไขหลับมาตอบให้ชัดๆ อีกสักเทนะครับ
     วันนี้หม้ายโร้ปันปรือขึ้นมาแล้วล่าวเด้ เข้ามาอ่านกระทู้ไม่ค่อยได้ เท่น้องไขไวว่ามานั้นไม่ถึงขนาดนั้นแหละหนักไปสักหีด คำว่า โอ้รถ ก้าหมายถึง การอวดให้คนเอินโร้ในสิ่งเท่ตัวเองมี เท่ตัวเองทำได้ อาจจะด้วยคำพูด กิริยาท่าทาง มันอยู่เท่มุมมองของแต่ละคน ถ้าคนไหนเท่เราไม่ชอบ ก้าหมายความว่า เราตำหนิในความโร้สึก แตว่าถ้าคนไหนเท่เราชอบ ก้าหมายความว่า เราหยอกเล่น น้องหนูเนือยอย่าเที่ยวหวิ๊บล่าวสน้าน
จาก บ่าวไขหลับ
เพา พ่าว โพ่ย
    ไคเที่ยวมาว่าพันนี้ก้าได้โกรธกันตายแหละ เพราะ "เพา" แปลว่า โหม่ (โง่ ในภาษากลาง) หรือ คนที่คิดทำอะไรไม่ค่อยทันเพื่อน ส่วนคำว่า "พ่าว" แปลว่า เบา ในภาษาพูดเพื่อให้คำมีน้ำหนักขึ้นก็ต้องใช้สองเพ่าคือ "พ่าว พ่าว" หมายถึง คนที่มีอาการทางประสาทนิดๆ ที่เรียกว่า "ขาดหุ้น" ได้ฃ่าวว่าน้องไขไวก้าขาดหุ้นโย๊ะไม่ช่ายเหอ เวลาหุ้นเบี้ยกันเซ้อเหล้าไม่หอนหุ้นกับเพื่อนเลย (หยอกเล่นอย่าโกรธกันล่าวหั้น) คำว่า "โพ่ย" ก้าน่าอิคล้ายๆกันแหละ ผ้าเท่ใช้ห่มก้าเยียกว่าผ้าโพ่ย
จาก บ่าวไขหลับ
หวังเหวิด
    คำว่า หวังเหวิด ก้าหมายความว่า ไม่ได้อะไร เสียเปล่า หรือ หวังอะไรสักอย่างแต่ไม่ได้ตามที่หวัง เช่น นางสาวหน่อเรี้ยไปชอบลูกบ่าวไคสักคนแต่ว่าไอ้บ่าวคนนั้นไม่ชอบหรือ ม.ค.ป.ด. แสดงว่านางสาวหน่อเรี้ยพบกับสิ่งเท่เยียกว่า หวังเหวิด เข้าแล้วแหละ
จาก บ่าวไขหลับ
หล๊องฉ๊อง
    วันนี้มาแชไปสัดหี๊ด เพราะรู้ข่าวมาว่าน้องสาวเจ้าของร้านอินเตอร์เนตเท่ใช้บริการไม่อยู่ เสียงว่าหล๊อบมาราวๆ ตีสามหวันช้าย เนี่ยพอตีสามก้าเลยถึงมาเลย พอได้เห็นหน้าก้าโร้สึกว่าหมองโปร่งขึ้น ครันอิบ้าเด็กสักทีก้าเที่ยวหลักจ้องเอาพันนี้แหละทำหน้าที่เป็นครู (ขี้หมุก) เสียเลยคำว่า "หล๊องฉ๊อง" ก้าหมายถึงนิสัยของคนคนที่ขี้ลืม คิดหรือทำอะไรไม่ถี่ถ้วน ได้หน้าลืมหลัง แต่ถ้าหล๊องหาหม้ายฉ๊องก้าแปลว่าลืม เช่น พอถึงเวลานอนชอบหล๊องเข้าห้องน้องเมียไอ้ไหรพันนั้นแหละ เรื่องพันนี้โร้สึกว่าหลายๆ คนชอบอิหล๊องกันจัง แต่ถ้าไคมาเที่ยวว่าเป็นเป็นคนหล๊องฉ๊องก้าไม่ชอบทีเหลาดีไม่ดียิกฉัดเพื่อนล่าว
จาก บ่าวไขหลับ
พาเรพาร่อน
    น้องหนูเนือยอย่าแขบหวิ๊บต๊ะ หวางอินึกได้แตละคำชาดเจ็บแบ็ดหัวแหม็ด ไม่โร้ว่าคำว่า "พาเรพาร่อน" นี้ตรงกับคำว่า "พาเร่พาร่อน" หม้ายถ้าตรงกันความหมายกะตรงตัวอยู่แล้วคือ อยู่ไม่ติดเท่ ระหกระเหินไปปร้านู้ทีปร้านี้ที แล้ว to go นี่คือไอ้ไหรหะ ไวตามิ้ลค์ทูโกหมันหม้ายหะน้องหนูเนือย แรกวันก่อนได้ข่าวว่าบ้านบ่าวโถช่ายม่ายหะเท่แกงส้มปลาช่อนกับลูกโดน แกงเสร็จคับว่าอิกินให้หรอย ตกลงไอ้ไหรเททุ่มทั้งหม้อ สาเข้าใจว่าดอกเอามากินเหนาะหนุมจีนได้ลูกอิกินได้กัน กินไม่ได้ทีเหลาบ่าวโถเห้อมันฝาดหวาดอกเหลยลูกโดนฮั้น
จาก คุณไขหลับ
แพร็ด แพร็ด
    แพร็ด แพร็ด หมายถึง เละเทะ เฉอะแฉะ สกปรก มอมแมมหรือเอาดีไม่ได้ เช่น ถนนลูกรังตอนฝนตกหนักทางเฉอะแฉะจะเรียกว่า ทางแพร็ด แพร็ด รถเครื่องเขไม่ได้นะเดี๋ยวมันอิผลี๊ด คนไหนเท่ชอบเอาคอปกเสื้อเช็ดน้ำมูก (แรกอยู่ชั้นป.1หลายคนคงทำมาแล้ว) หรือใส่เสื้อผ้าสกปรกกลับมาถึงเรินพ่อแม่ก็จะถามว่า "ไปทำไหรมาเสื้อผ้าถึงได้ดำแพร็ด แพร็ด" คนไหนเท่เมาแบบเอาดีไม่ได้ก็คือ เมาแพร็ด แพร็ด ความหมายเท่อธิบายมานี้ต้องใช้สองแพร็ดนะครับ ถ้าเป็นแพร็ดเดียวก้ามีความหมายไปอีกอย่างหนึ่งล่าว แพร็ดเดียวก้าหมายถึงคำขยายเช่น แหย๊ะขี้นั่งดังแพร็ด แตกดังแพร็ด ถ้าคำว่าหลุดต้องใช้คำว่า "พรุด" เช่นหลุดพรุด
จาก คุณไขหลับ
รึดรึด รึบรึบ
    หลังจากสอบถามอาจารย์วิชาเอกภาษาไทยข้าง ๆ คีย์บอร์ดแล้ว ปรากฏว่าได้คำตอบดังนี้
คำว่า "รึดรึด" แปลว่า มาก เช่น เป็นสิวรึดรึดทั้งหน้า เทียบกับภาษาอังกฤษ ก็คือ many นั่นเอง ส่วนคำว่า "รึบรึบ" หมายถึง พื่อ อยู่ไม่ติด ถ้าไม่ได้แสดงออก หรือไม่ได้โชว์ออฟ เอ จะอธิบายยังไง นะ อือ คือกระตือรือร้นที่จะแสดงออก เข้าใจไหมนักเรียน ไปแล้วนักเรียน....... จาก น้องหนูเนือย
    คำเท่ถามมาแต่ละคำชาดเจ็บแบ็ดหัวแหม็ดเหมือนอิยักหลังผีง ตามเท่น้องหนูเนือยตอบคิดว่าโถ๊กแล้วแหละครับ คำว่า "รึด รึด" เป็นคำที่ใช้ย้ำความหมายของประโยคให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เหมือนกับคำว่า ครัก ครัก คะลักคะลุย กองเอเทมอง นั่นแหละครับ ในภาษาไทยไม่ทราบว่าจะหมายถึง คำวิเศษณ์ หรือหม้ายกะไม่แน่ใจเท่าใด เพราะตอนเรียนตกวิชาภาษาไทยโย๊ะๆ
จาก คุณไขหลับ
หมา
    กอนเอินกะต้องขอโทษนายหนูนุ้ยก่อนนะครับเท่ตั้งหัวข้อหยาบไปสักแต็ด (แต็ด=หิดเดียว แยดเดียวเอง ใครอิเอาไปใช้กะได้แต่ห้ามพิมพ์พลาดโดยเด็ดขาด) ใครโร้จักหมามั่งครับ ทราบดีว่าทุกคนจะต้องโร้จักดี แต่คำว่า "หมา" เท่เสนอในวันนี้ไม่ใช่หมาเหมือนเท่คุณคิดนะครับ คำว่าหมาในที่นี้หมายถึง คำนำหน้าชื่อของคนแตแรก เช่น ถ้าชื่อว่าพริ้ม เขาจะเรียกว่า อีหมาพริ้ม ถ้าชื่อจูลิ่มก็จะเรียก อีหมาจูลิ่ม อีหมานู้ อีหมานี้ อีหมา ฯลฯ ความหมายคงจะเหมือนกับคำว่า "อำแดง" นั่นแหละครับ สมัยนี้ไม่ใช้แล้วครับ เที่ยวเอาไปใช้หลำๆไม่ได้นะครับได้โกรธกันแน่
    คำว่า "หมา" บางทีก็ใช้ในกรณีเท่เห็นเด็กๆหน้าตาน่ารักน่าชังคนแตแรกเขาจะชมว่า "เด็กคนนี้หน้าเหมือนหมา" พ่อแม่ของเด็กถ้าได้ยินใครชมลูกของตัวเองแบบนี้ก็จะยิ้มแก้มป้องเลย แต่ว่าสมัยนี้หลายคนไม่เข้าใจความหมายแฝงของคำๆ นี้จะโกรธทันทีเพราะไปเข้าใจเอาว่าเด็กโดนด่า "หมา" อีกคำก็หมายถึง ภาชนะสำหรับตักน้ำในบ่อ ทำจากต้อหมาก (เท่เราเอามาเขแล้วให้เพื่อนลากนั่นแหละ) หรืออาจจะเป็น "ถุ้ง" เหล็กหนวยเอียดๆก็ได้ เรียกว่า "หมาตักน้ำ"
จาก คุณไขหลับ
โตง
    "โตง" ในเท่นี้ไม่มีคำว่า "เตง" ต่อท้ายช่ายหม้ายครับ ถ้ามี "เตง" ต่อท้ายความหมายจะเปลี่ยนไป "โตง" หมายความว่า โดดเอาสิ่งเท่เอาไม่ถึงถ้ายืนตามความสูงของตัวเอง เมื่ออยากได้ในสิ่งเท่เอาไม่ถึงจึงต้อง "โดดโตง" โดดโตงเท่เห็นๆกะมี
    1.ถ้าไม่สูงเท่าใดกะโดดได้เลย
    2.ถ้าสูงไปหวานั้นเหลยกะต้องถอยหลังสักสิบก้าว แล้วกะวิ่งด้วยความเร็วแล้ว "โดดโตง" วิธีนี้จะได้ความสูงหวาวิธีแรก ข้อควรระวัง โดดโตงดีๆนะระวังอี "แหยะขี้นั่ง"
จาก คุณไขหลับ
รุนท็อก
    รุนท็อก จะใช้ในกรณีเท่ติดเครื่องรถไม่ได้ครับเช่น ถ้าเป็นรถเครื่องถ้าคันสตาร์ทหักหรือหลาวก็ให้ฉวยรถพาวิ่งกะว่าพอความเร็วได้เท่ก็โดดขึ้นกลวมแล้วเหยียบคันเกียร์ แต่ยี่ห้อซูซูกิทำไม่ได้ครับ ถ้าเป็นรถยนต์เท่หม้อแบตเตอรี่หมดไฟ อันดับแรกก็ต้องหาคนมารุนสัก 3-4 คนก่อนบิดลูกแจไปเท่ตำแหน่ง ON จากนั้นก็เหยียบคลัทช์เข้าเกียร์ใช้เกียร์2หรือ3 แล้วก็ให้สัญญานคนเท่รุนกะให้ความเร็วพอประมาณแล้วก็ปล่อยคลัทช์ ทึด..ทึด..ทึด...ติดแล้วไชโย...
จาก คุณไขหลับ
บ้าหวัน
    ขออนุญาตตอบแทนบ่าวไขหลับครับ แต่ถ้าบ่าวไขหลับอีเพิ่มเติมกะได้ คำว่า "บ้าหวัน" นี้ เป็นสำนวน หมายความว่า ไม่เอาถ่าน ดื้อรั้น เช่น จะแหลงว่า แด็กนี้บ้าหวันสอนไม่จำ หมายความว่า เด็กนี้ดื้อไม่เอาถ่านสอนไม่จำ ไม่โร้ความหมายที่ให้ไปนี้โถ๊กหม้ายเด๊ พันปรือใครอีเพิ่มเติมกะได้
จาก นายปราบ
ไม่รู้จักหวัน
    คำว่า "ไม่รู้จักหวัน" นั้นบ่าวฯคิดว่าคงจะหมายถึงคนเท่ไม่โร้จักในสิ่งเท่ดีเท่ควรจะปฏิบัติ ยกตัวอย่างเช่นผู้หญิงบางคนเท่ไม่โร้จักเรื่องในครัวในไฟกะหมายถึงผู้หญิงคนนี้ไม่โร้จักหวัน หรือผู้ชายเท่ไม่มีความรับผิดชอบในสิ่งเท่ตัวเองต้องทำ ผู้ชายคนนี้ก็คือคนไม่โร้จักหวัน ส่วน "ฉ๋องด๋อง" ของคุณเชษฐ์ น่าจะคล้ายกับคำว่า "ชุ่น" ออกเสียงว่า ฉุ่น
จาก คุณไขหลับ
แหม้งแข้ง หมองแหม็ง
    ครับ...ขอขอบคุณ คุณชายเขามากครับแตว่าในกรณีที่คุณชายเขาบอกมานะครับ เท่บ้านบ่าวฯจะใช้คำว่า "แหม้งแข้ง " ครับคือการที่อิทำฮานไหรกะต้องมีความตั้งใจและเพื่อความสำเร็จในฮาน (งาน..คนใต้เราขี้แหลงเพี้ยนโย๊ะๆแหละ ง.งู กับฮ.นกฮูก) นั้นๆกะต้องมีความ "แหม้งแข้ง" ส่วนคำว่า"หม็องแหม็ง"ของน้องไขไวนั้นกะตรงกับคำในภาษากลางว่า "มอมแมม" หรือ "ขมุกขมอม" แตว่าคำว่า "ขมุกขมอม" หยับอิหาหม้ายคนใช้แล้วเหมือนกันนิสา (สาว่าเอาเองนะครับ) อัยยะลังก๊ะ ไม่โร้ว่าอิโร้มากไปหม้ายโร้ไปถึงภาษากลางกันโด้ ครก ครก ครัก ครัก กะแหลงเหมือนกันแหละกับเท่บ้านบ่าวฯ หมายถึง มากันลุยเสียแหม็ด มากันกองเอเทมองเลย

จาก คุณไขหลับ
ก็องแหม็ง
     วันนี้เสนอคำว่า "ก็องแหม็ง" คำๆนี้บ่าวฯกะไปได้ยินตอนที่ไปสะทิงพระเมื่อไม่กี่วันมานี่เอง กะเลยสอบถามแลพอได้ใจความมาหิดๆ "ก็องแหม็ง" นี่กะอธิบายถึงความรู้สึกของคนที่รู้สึกไปในทางที่ไม่ดีเช่น ชอบหึงสาเพื่อน ชิงดีชิงเด่นเห็นคนเอินเป็นคนไม่ดีไปเสียหมด คนแต่แรกจึงมีคำพูดเปรียบเปรยว่า "คนเราไม่โร้ว่าอิ ก็องแหม็งกันไปทำไหรในเมื่อตายกะเอาไอ้ไหรไปไม่ได้" อีกนัยหนึ่งกะคงจะแปลว่า เกลียด โกรธ หรือไม่พอใจ ถ้าใครโร้มากหวานี้กะช่วยบอกๆกันมั่งนะครับ
 จาก คุณไขหลับ
แขบ กุบกับ ลึงลัง
     มาแล้วครับ ติดธุระเสียหลายวันเพราะต้องอยู่ช่วยในงานพึดสะเหนียงของญาติ เสร็จงานแล้วกะมาว่ากันต่อ คำว่า "แขบ" อ่านออกเสียงเป็นสำเนียงใต้ๆว่า "แข้บ" กะหมายถึงรีบเร่งต่างกันอยู่แต็ดเดียวกับคำว่า "กุบกับ" ตรงเท่ว่า "กุบกับ" มักจะมีอาการร่วมด้วยคล้ายๆอาการลุกลี้ลุกลนในภาษากลางฮั่นแหละ
 จาก คุณไขหลับ
ครกสีหนวยไต้
     เท่าเท่บ่าวฯหอนได้ยินมาคำว่าครกสีหนวยไต้กะเป็นคำเท่ใช้ว่าหรือหยอกคนเท่รูปร่างใหญ่ วานเติบๆ(โดยเฉพาะน่าอิเป็นโหม้หญิง)ว่า คนไอ้ไหรอยู่เหมือนครกสีหนวยไต้ เพราะลักษณะของครกสีหนวยไต้จะเติบหวาหนวยบน
 จาก คุณไขหลับ
ตุ้งแกวด
     ขณะที่บ่าวไขหลับนั่งเล่นอินเตอร์เนต ก็ได้ยินเสียงเพลงคุณลำใยแว่วเข้าหูฟัง กะเลยมีความคิดหนุกๆขึ้นมาแล้วหล่าว บ่าวไขหลับกะมีข้อสงสัยว่าไสร่คนในอยู่ (เดี๋ยวนี้) ถึงชอบตั้งชื่อลูกเป็นภาษาอังกฤษกันทั้งเพ เท่บ้านบ่าวไขหลับกะมีลุยเสียแหม็ดเหมือนกัน เช่น ถ้าเป็นชายกะให้ชื่อว่า โดนัท ยุโรป เจมมี่ บิลลี่ โตโต้ โดโด้ กีต้าร์ฯลฯ ถ้าเป็นหญิงกะให้ชื่อว่า น้องกิฟท์ เชอรี่ น้องวาย น้องแอนนี่ น้องลูซี่ น้องจูลี่ ฯลฯ ทั้งๆที่พ่อและแม่ของน้องๆ ภาษาอังกฤษทั้งหลายกะชื่อแบบไทยแท้ เช่น พ่อชื่อไข่ แม่ชื่อตุ้งแกวด แต่ลูกชื่อเชอรี่ พ่อชื่อแคล้ว แม่ชื่อเคล้า แต่ลูกชื่อเจมมี่ คิดแล้วบ่าวไขหลับว่าหนุกดีเหมือนกัน ไม่เว้นแม้กระทั่งหมู หมา กา ไก่กะต้องตั้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษไม่งั้นคงจะไม่เท่ห์ ข้างบ้านบ่าวไขหลับกะยัง เลี้ยงไว้ 2 ตัวเป็นหมาไทยตัวเท่าๆแต็ดแต่ตั้งชื่อว่า "จัมโบ้" แก่ตายกะไม่รู้ว่าอิจัมโบ้เหมือนชื่อหม้าย หรือว่าโหม้เรามาสวนกระแสทำแบบย้อนยุคกันมั่งดีหวา เช่นลูกชายกะให้ตั้งชื่อดังนี้ ไอ้ไข่เขียว ไอ้ไข่แดง ไอ้ไข่ดำ คล้าว คล้อย เคลือบ เชือบ ชวนฯลฯถ้าเป็นผู้หญิงก็ให้ชื่อว่า เหนี่ยว พริ้ง พร้อย พริ้ม สะพรั่ง ตุ้งแกวด ตั้งกว้าฯลฯบ่าวไขหลับว่าคงจะดีนะ เพราะตอนแก่เวลาลูกหลานเรียกมันไม่โหม๊ระเท่าใด แต่ถ้ามีชื่อเป็นภาษาอังกฤษลองนึกแลถิ๊ว่าเป็นพันปรือ สมมุติว่ามีใครมาถามบ่าวไขหลับว่า "ไปไหน" บ่าวไขหลับกะต้องตอบว่า "โด้...ไปบ้านลุงโดนัท ไปบ้านลุงยุโรป ไปบ้านตาเจมมี่ ไปบ้านตาบิลลี่ ไปบ้านทวดกีต้าร์ ไปบ้านป้าเชอรี่ ไปบ้านป้าแอนนี่ไปบ้านยายลูซี่ ไปบ้านทวดจูลี่สักเดี๋ยวใจ "นึกแลแล้วบ่าวไขหลับว่ากะน่าหนุกเหมือนกัน อิอิ...คุณ W ถ้าเข้ามาอ่านบ่าวไขหลับกะอยากอิถามว่า ลูกของคุณ W เข้าข่ายหรือหม้ายครับ หนุกๆอย่าว่ากันนะครับ
 จาก คุณไขหลับ
แตกเลือด
     วันนี้เสนอคำว่า " แตกเลือด " คำๆนี้คนใต้เรามีจำนวนไม่น้อยที่ยังใช้กันอยู่ ความหมายของคำว่า " แตกเลือด " ก็หมายถึง กิน ตรงกับภาษากรุงเทพว่า "แด...." ภาษาอังกฤษว่า " break blood " [อันนี้ผมมั่วเอาเอง break=แตก--blood=เลือด] ส่วนมากจะใช้ในกรณีที่โกรธหรือไม่ได้ดั่งใจ
จาก คุณไขหลับ
ทำแค็ก
     " ทำแค็ก " เป็นกิริยาหรืออาการของคนที่พอได้ดีแล้วทำเป็นลืมตัว ทำเป็นไม่สนคนอื่นๆ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า " ทำเป็นคุย " (คุยในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า " แหลง " หรือ " พูด " นะครับ) แต่อาการแบบนี้ก็มีวิธีแก้ก็คือ ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนฝูงของเราก็ไม่ต้องไปยุ่งไปสนใจ แต่ถ้าเป็นพรรคพวกเพื่อนฝูงเราก็มีวิธีแก้ง่ายๆ บ้องหูสักทีสองทีดูซิว่าจะทำแค็กไปไหนรอด
จาก คุณไขหลับ
หวยหวย
     บ่าวไขหลับต้องขออภัยด้วยความจริงใจสำหรับผู้ที่ click เข้ามาดูแต่ไม่เจอเลขเด็ดเพื่อเอาไปซื้อหวยตามหัวข้อเรื่อง หวยหวยนี้ หมายถึง การเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีก็ได้ พูดง่ายๆก็คือสิ่งที่อยู่ไม่นิ่ง เวลาทำอะไรซักอย่างที่ต้องการความนิ่งก็จะบอกว่า " อย่าหวยหวย " หรือเวลาไปทราบ (หย๊อบแล) เพื่อนที่เพิ่งแต่งงานใหม่ๆ ก็ต้องหย๊อบให้ดีเพื่อไม่ให้เขารู้ตัวก็ต้องนั่งนิ่งๆอย่า " หวยหวย " ไม่งั้นจะอดดูของดี อิอิอิ.. (เรื่องนี้บ่าวไขหลับชับปึดถ้าออกข้อสอบน่าได้ที่1) กรณีคนเจ็บหนักเคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้ก็คือ หวยตัวไม่ได้ คนที่ขี้เกียจก็คือ คนไม่หวยร่าง บางทีคำว่า " หวยหวย " หมายถึงการสั่นสะเทือนก็ได้ เรื่องนี้บ่าวไขหลับเจอกับตัวเองเต็มๆ เลยด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าลูก (4ขวบ) หลับแล้วก็เลยขอปฏิบัติหน้าที่เสียซักหน่อย ขณะที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้นก็ได้ยินเสียงของลูกพูดขึ้นมาในความมืดว่า " พ่อกับแม่ทำไมถึงนอนเริน (คนสมัยก่อนเรียกบ้านว่าเริน) หวยหวย อย่านอนให้เรินหวยหวยต๊ะผมนอนไม่หลับ"พอบ่าวไขหลับได้ยินเข้าแค่นั้นแหละ เหมือนชื่อเลย ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาถ้าไม่แน่ใจว่าลูกหลับจริง บ่าวไขหลับจขะไม่นอนให้เริน " หวยหวย " อีกแล้วหลาบเลย......เรื่องนี้เกิดเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตอนนี้บ่าวไขหลับกลับมาเป็นโสดเหมือนเดิมแล้วนะ ตอนนี้เหงาสาวๆคนไหนหัวใจยังว่างคุยกันมั่งนะ
จาก คุณไขหลับ
พึดสะเหนียง
     วันนี้เสนอคำว่า "พึดสะเหนียง" คำนี้เป็นคำแสลงนะครับบางคนก็แหลงสั้นๆว่า "พึดเหนียง" แต่บางคนก็ใส่สร้อยให้คำๆนี้เหมือนกันเป็น "พึดสะเหนียงเกียงกล้อง" ความหมายของคำนี้ก็คือ ตาย แต่ว่าจะเอาไปใช้เขรอะเขรอะไม่ได้นะครับเดี๋ยวจะโดนบ้องหู เพราะถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติแก่ผู้เสียชีวิตและบรรดาญาติๆ และยังมีอีกคำที่มีความหมายเดียวกันคือ "ซี้เบ้ง ซี้เบ้งเท่งทอม ซี้เบ้งเท่งทึง" ใครที่รู้ความหมายแล้วอย่าเอาไปแหลงเขรอะเขรอะนะครับเดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน
จาก คุณไขหลับ

แน็บเพรา
     ตามที่คุณชายเขาได้ถามว่าแน็บเพราคือไอ้ไหร ผมกะขอตอบให้เลยนะครับ "แน็บเพรา" เป็นคำเรียกกางเกงขาสั้นของคนแต่แรก ซึ่งเรียกกันมาเเรกสมัยไหนโช้แล้ว (ไม่รู้ว่าสมัยสะกี้ย่านปดหรือหม้าย) สมัยนี้คำๆนี้กะไม่ได้ยินแล้วครับผม ขอบคุณครับ

จาก คุณไขหลับ

ผื้อ
     สำหรับคุณณัฐยาที่ได้ถามมาว่า "พื้อ" บ่าวฯเข้าใจว่าคงจะคำว่า "ผื้อ" ไช่หม้ายล่ะครับ...ถ้าคำว่า "ผื้อ" นี่ตรงกับอีกคำว่า อาดหรืออาดดิกดิก คงจะตรงกับในภาษากลางว่า "ระริกระรี้" ความหมายก็คืออยากจนออกนอกหน้า เช่น "ผื้ออิทำหนู้ ผื้ออิทำนี่" ก็หมายความว่าอยากทำโน่นอยากทำนี่ แล้วตอนนี้คุณณัฐยาผื้ออิทำไหรอยู่มั่งครับ

จาก คุณไขหลับ

ขวนปี้
     ขอแถมภาษาใต้ให้สักคำก่อนหล่าวคือคำว่า "ขวนปี้" กะหมายความว่า ฮวน หรือรบกวน ไม่ให้คนเอินได้ทำในสิ่งเท่อยากอิทำ แต่น้ำหนักของคำว่า "ขวนปี้" จะหนักหวาคำว่า ฮวน พูดง่ายๆว่า "ขวนปี้" นี้คือการ แส้งแกล้งกันโดยการตั้งใจอิทำ แต่คำว่า ฮวน อาจจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ได้เป็นไปได้ทั้งสองกรณี เช่น ในกรณีเท่ลูกฮวน ก็แสดงว่าลูกก็ไม่ได้ตั้งใจอิฮวน และกรณีเท่ตั้งใจก็มีเหมือนกันเช่น พวกเท่ฮวนงานเพื่อน แต่สรุปว่า แท้จริงแหล่วมันก็คล้ายๆกันนั่นแหละแล้วแต่ว่าใครอิเลือกใช้คำไหน

จาก คุณไขหลับ