เมืองลุงดอทคอม
สิริยา คอสเมติคส์ NetworkDD ธรรมะบันเทิง พระเครื่องเมืองลุง เท่งนุ้ยคุยหนุก เมืองลุงเรดิโอ นายโถชวนชิม English Version จังหวัดพัทลุง

ผู้บริหารสำคัญของจังหวัดพัทลุง

1.นายสุเทพ โกมลภมร
ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง
2.น.ส.ดวงใจ ช. บุญพันธ์
รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง
3.นายสมศักดิ์ ตะเภาน้อย
รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง


ตราประจำจังหวัดพัทลุง

     รูปภูเขาอกทะลุ หมายถึง จังหวัดพัทลุง ได้ย้ายที่ตั้งเมืองมาแล้ว 12 ครั้ง ครั้งสุดท้ายในปี พุทธศักราช 2467 ย้ายจากตำบลลำปำมาอยู่ที่ตำบลคูหาสวรรค์ ใกล้กับภูเขาอกทะลุซึ่งสูงเด่นอยู่บนที่ราบ มองเห็นจากที่ไกลได้ทุกทิศ บนยอดเขามีเจดีย์เก่าสร้างเอาไว้องค์หนึ่งซึ่งในปัจจุบันนี้ยังเหลือฐาน ตั้งแต่นั้นชาวพัทลุงก็ไม่ต้องระเหเร่ร่อนอีกต่อไป ชาวเมืองจึงถือเอาภูเขาอกทะลุเป็นสัญลักษณ์ และ หลักเมืองของจังหวัด


จังหวัดพัทลุง ใช้อักษรย่อว่า " พท "


คำขวัญของจังหวัดพัทลุง

" "

ดอกไม้ประจำจังหวัด ดอกพะยอม


เพลงมาร์ชพัทลุง
พัทลุงรุ่งเรืองเมืองคนดี
บรรพชนของเราไม่เคยหวั่น
เคยกล้าเกรียงไกร
เราจงมาช่วยกันผดุง
เราร่วมกันสัญญาจะประคอง
ขอฟ้าดินจงช่วยเป็นพยาน
ให้เกียรติลือไกล
เราจงมาร่วมสามัคคี
ฝากไมตรีมอบไว้ทั่วกัน
เคยประจัญเทอดเกียรติพัทลุง
ขจรไปทั่วฟ้าเมืองกรุง
พัทลุงให้ยิ่งยืนนาน
เกียรติลำยองยิ่งนั้นนิรันดร์กาล
เราสาบานะร่วมกันทำดี
ขจรไปทั่วฟ้าธาตรี
ทำความดีเพื่อพัทลุงเทอญ
ฟังเพลงมาร์ชพัทลุง

ประวัติความเป็นมาของจังหวัดพัทลุง

     จังหวัดพัทลุง มีประวัติความเป็นมายาวนาน ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ดังปรากฏหลักฐานจากการค้นพบขวานหินขัดในท้องที่ทั่วไปหลายอำเภอ ในสมัยศรีวิชัย (พุทธศตวรรษที่ 13-14) บริเวณเมืองพัทลุงเป็นแหล่งชุมนุมที่ได้รับวัฒนธรรมอินเดีย ในด้านพุทธศาสนาลัทธิมหายาน มีหลักฐานค้นพบ เช่น พระพิมพ์ดินดิบจำนวนมาก เป็นรูปพระโพธิสัตว์รูปเทวดา โดยค้นพบบริเวณถ้ำคูหาสวรรค์และถ้ำเขาอกทะลุ ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 19 เมืองพัทลุง ได้ตั้งขึ้นอย่างมั่นคง ภายใต้การปกครองของกรุงศรีอยุธยามีฐานะเป็นเมืองชั้นตรี ซึ่งนับว่าเป็นหัวเมืองหนึ่งของพระราชอาณาจักรทางใต้ ในสมัยนั้น เมืองพัทลุงมักจะประสบปัญหาการโจมตีจากกลุ่มโจรสลัดมาเลย์อยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มโจรสลัดอาแจะอารูและยุยงคตนะ ได้โจมตีเผาทำลายสร้างความเสียหายแก่เมืองพัทลุงถึงสองครั้ง ปัญหาดังกล่าวนี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้มีการย้ายสถานที่ตั้งเมืองอยู่เสมอ และก็เป็นมูลเหตุที่ทำให้ชาวเมืองพัทลุงเป็นนักต่อสู้ที่เข้มแข็ง
     ในสมัยธนบุรีและรัตนโกสินทร์ ได้มีการย้ายสถานที่ตั้งเมืองอีกหลายครั้ง และได้ยกขึ้นเป็นเมืองชั้นโท ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ในช่วงนี้เมืองพัทลุงมีผู้นำสำคัญในการสร้างความเจริญ และความมั่งคงให้กับบ้านเมืองหลายท่าน อาทิเช่น พระยาพัทลุง (ขุนคางเหล็ก) พระยาวิชิตเสนา (ทองขาว) พระยาอภัยบริรักษ์ (จุ้ย จันทโรจนวงศ์) และป้องกันเอกราชของชาติมาหลายครั้ง เช่น เมื่อสงครามเก้าทัพ (พ.ศ.2328-2329) พระมหาช่วย วัดป่าลิไลย์ ได้นำชาวพัทลุงต่อสู้ป้องกันการรุกรานของพม่าจนได้รับความดีความชอบ โปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระยาช่วยทุกขราษฎร์ ช่วยราชการเมืองพัทลุง
     นอกจากสงครามกับพม่าแล้ว ชาวพัทลุงยังมีบทบาทสำคัญในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศชาติ ในหัวเมืองภาคใต้ เพราะปรากฏอยู่เสมอว่าทางเมืองหลวงได้มีคำสั่งให้เกณฑ์ชาวพัทลุงพร้อมด้วยเสบียงอาหารไปทำสงคราม ปราบปรามกบฎในหัวเมืองมาลายู เช่น กบฎไทรบุรี พ.ศ.2373 และ พ.ศ.2381 ซึ่งบทบาทดังกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นความสำคัญของเมืองพัทลุงทางด้านการเมือง การปกครองและแหล่งอู่ข้าวอู่น้ำ ในอดีตเป็นอย่างดี
     ครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ปฏิรูปการปกครองเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาลใน พ.ศ.2437 และได้ประกาศจัดตั้งมณฑลนครศรีธรรมราชขึ้น เมื่อ พ.ศ.2439 ประกอบด้วยเมืองต่างๆ คือ นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และหัวเมืองทั้ง 7 ที่เป็นเมืองปัตตานีเดิม สำหรับเมืองพัทลุงแบ่งการปกครองออกเป็น 3 อำเภอ คือ อำเภอกลางเมือง อำเภออุดร อำเภอทักษิณ ขณะนั้นตัวเมืองตั้งอยู่ที่ตำบลลำปำ จนกระทั่ง พ.ศ.2467 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองพัทลุงมาอยู่ที่บ้านวังเนียง ตำบลคูหาสวรรค์ ในปัจจุบัน เพื่อจะได้อยู่ใกล้เส้นทางรถไฟสะดวกในการติดต่อกับเมืองต่างๆ จากอดีตถึงปัจจุบันเมืองพัทลุงได้มีการย้ายเมืองหลายครั้ง สถานที่ที่เคยเป็นเมืองที่ตั้งเมืองพัทลุง ได้แก่
     1.โคกเมืองแก้ว ปัจจุบัน หมู่ที่ 4 ตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน
     2.บ้านควนแร่ ปัจจุบัน หมู่ที่ 1 ตำบลควนมะพร้าว อำเภอเมืองพัทลุง
     3.เขาชัยบุรี (เขาเมืองฯ) ปัจจุบัน คือ ตำบลชัยบุรี อำเภอเมืองพัทลุง ตำบลพนมวังก์ และ มะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน
     4.ท่าเสม็ด ปัจจุบัน ตำบลท่าเสม็ด อำเภอชะอวด จ.นครศรีธรรมราช
     5.เมืองพระรถ ปัจจุบัน หมู่ที่ 1 ตำบลพญาขัน อำเภอเมืองพัทลุง
     6.บ้านควนมะพร้าว ปัจจุบัน หมูที่ 2 ตำบลพญาขัน อำเภอเมืองพัทลุง
     7.บ้านม่วง ปัจจุบัน หมู่ที่ 6 ตำบลพญาขัน อำเภอเมืองพัทลุง
     8.บ้านโคกลุง ปัจจุบัน หมู่ที่ 4 ตำบลลำปำ อำเภอเมืองพัทลุง


ชื่อเมืองพัทลุง

     ในสมัยก่อนชื่อเมืองพัทลุง ไม่ได้เขียนอย่างที่ปรากฏให้เห็น จากหลักฐานพบว่าบนเหรียญอีแปะพัทลุง พ.ศ.2426 เขียนว่าพัททะลุง และ พัตะลุง ในเอกสารของไทยใช้ต่างกันมากมาย ได้แก่ พัตะลุง พัดทลุง พัทธลุง พัฒลุง พัทลุง ในเอกสารเบอร์นีของอังกฤษสมัยรัชกาลที่ 3 เขียนว่า Boudelun และ Merdelong ของนายลามาร์ วิศกรชาวฝรั่งเศส สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เขียนว่า Bourdelun ความหมายของชื่อเมือง หมายถึง เมืองช้างหรือเมืองเกี่ยวเนื่องด้วยช้าง ซึ่งตรงกับข้อเท็จจริงหลายประการ คำว่า "พัด-ท-พัทธ" ยังไม่อาจทราบได้ว่าคำเดิมเขียนอย่างไร คำไหน ทราบเพียงว่าเป็นคำขึ้นต้น ส่วนคำพื้นเมืองที่เรียกว่า "ตะลุง" แปลว่าเสาล่ามช้าง หรือไม้หลักผูกช้าง ชื่อบ้านนามเมืองของพัทลุงที่เกี่ยวกับช้างมีมาก หรือจะเรียกว่าเป็น "เมืองช้าง" ก็ได้ โดยเฉพาะฝั่งตะวันตกของทะเลสาบสงขลาในแถบชะรัด ซึ่งอยู่ติดกับเทือกเขาบรรทัด มีช้างป่าชุกชุม และในตำนานนางเลือดขาว ตำนานเมืองพัทลุงกล่าวว่า ตาสามโมยายเพชร เป็นหมอสดำ หมอเฒ่านายกองช้าง เลี้ยงช้างส่งเจ้าพระยากรุงทองทุกปี ต่อมาพระกุมารกับนางเลือดขาวก็ได้รับมรดกเป็นนายกองเลี้ยงช้างส่งส่วย ซึ่งในปัจจุบันชาวบ้านบางส่วนยังคงนับถือ "ตาหมอช้าง"


 สภาพทางภูมิศาสตร์

      จังหวัดพัทลุง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของภาคใต้ของประเทศไทย ระหว่างละติจูดที่ 7 องศา 6 ลิปดาเหนือ ถึง 7 องศา 53 ลิปดาเหนือ และ ลองติจูดที่ 9 องศา 44 ลิปดาตะวันออก ห่างจากกรุงเทพมหานครตามเส้นทางสายเอเซีย (ทางหลวงหมายเลข 41) เป็นระยะทางประมาณ 858 กิโลเมตร และ ตามเส้นทางรถไฟระยะทาง ประมาณ 846 กิโลเมตร ความยาวของจังหวัดจากทิศเหนือไปทิศใต้ประมาณ 78 กิโลเมตร และ ความกว้างจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก ระยะทางประมาณ 53 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 3,424,473 ตารางกิโลเมตร หรือ 2,140,296 ไร่ (พื้นดิน 1,919,446 ไร่ พื้นน้ำ 220,850 ไร่) มีอาณาเขต ดังนี้
     ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช และ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา
     ทิศใตติดต่อกับอำเภอควนเนียง อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา และ อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล
     ทิศตะวันออก ติดต่อกับทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นน่านน้ำติดต่อกับอำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ และ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
     ทิศตะวันตก ติดต่อกับเทือกเขาบรรทัด ซึ่งเป็นแนวติดต่อกับอำเภอห้วยยอด อำเภอเมือง อำเภอนาโยง อำเภอย่านตาขาว และ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง


แผนที่จังหวัดพัทลุง


 การปกครอง

     จังหวัดพัทลุงแบ่งการปกครองออกเป็น 10 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ 65 ตำบล 650 หมู่บ้าน 1 เทศบาลเมือง 8 เทศบาลตำบล 64 องค์การบริหารส่วนตำบล และ 1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด
     ประชากร ณ วันที่ 24 กันยายน 2545 มีจำนวน 503,754 คน (ชาย 248,320 คน และ หญิง 255,434 คน) จำนวนบ้าน 139,374 หลัง มีความหนาแน่นของจำนวนประชากรต่อพื้นที่ประมาณ 146.91 คนต่อตารางกิโลเมตร รายละเอียดตามตารางดังนี้

ลำดับ
อำเภอ/กิ่งอำเภอ
จำนวนเทศบาล
จำนวนตำบล
จำนวนหมู่บ้าน
จำนวนบ้าน
พื้นที่ (ตร.กม)
ประชากร (คน)
1

เมืองพัทลุง

1
14
143
33,392
427.421
123,440
2
ควนขนุน
2
12
123
22,313
453.960
82,978
3
เขาชัยสน
1
5
56
11,367
260.115
44,319
4
ปากพะยูน
1
7
62
12,165
433.274
50,177
5
กงหรา
-
5
44
7,405
255.856
34,244
6
ตะโหมด
2
3
33
7,122
264.260
27,872
7
ศรีบรรพต
-
3
30
4,533
218.504
16,470
8
ป่าบอน
1
5
47
10,966
380.048
43,155
9
ป่าพะยอม
-
4
38
8,091
386.404
31,464
10
บางแก้ว
1
3
32
6,169
119.000
24,757
11
กิ่ง อ.ศรีนครินทร์
-
4
42
6,768
225.631
24,918
   
รวม
9
65
650
130,291
3,424.473
503,754

ที่มา : สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง

ข้อมูลประชากรชายหญิงและจำนวนบ้านในเขตเทศบาล

ลำดับ
เทศบาล
จำนวนประชากร
จำนวนบ้าน
ชาย
หญิง
รวม
1

เทศบาลเมืองพัทลุง

19,899
21,641
41,540
11,419
2
เทศบาลตำบลควนขนุน
987
1,103
2,090
755
3
เทศบาลตำบลมะกอกเหนือ
1,116
1,213
2,329
644
4
เทศบาลตำบลมะโหมด
2,166
2,117
4,283
936
5
เทศบาลตำบลแม่ขรี
2,644
2,654
5,298
1,990
6
เทศบาลตำบลเขาชัยสน
1,411
1,520
3,931
1,047
7
เทศบาลตำบลปากพะยูน
1,671
1,744
3,415
1,132
8
เทศบาลตำบลป่าบอน
1,795
1,882
3,677
962
9
เทศบาลตำบลท่ามะเดื่อ
2,159
2,259
4,418
1,285
   
รวม
33,848
36,133
69,981
125,372
ที่มา : สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง

สภาพภูมิประเทศ

     สภาพพื้นที่มีลักษณะเป็นภูเขาและที่ราบสูง ทางด้านตะวันตกอันประกอบด้วยเทือกเขาบรรทัด มีระดับสูงจากน้ำทะเลปานกลางประมาณ 50-1,000 เมตร ส่วนใหญ่เป็นป่าไม้ เช่น สวนยางพารา ส่วนไม้ผลและไม้ยืนต้น ถัดลงมาทางด้านตะวันออกเป็นที่ราบสลับที่ดอน มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางเฉลี่ย 0-15 เมตร บริเวณนี้ส่วนใหญ่ปลูกข้าว ยางพารา มะพร้าว พืชผัก และ พืชไร่ชนิดต่างๆ โดยมีอัตราความลาดชัน 1:1,000 จากทิศตะวันตกมาสู่ทิศตะวันออกของจังหวัด


สภาพภูมิอากาศ

     สภาพภูมิอากาศมี 2 ฤดูกาล คือ ฤดูร้อน และฤดูฝน ได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ย 1,853.5 มิลลิเมตรต่อปี จำนวนวันฝนตกเฉลี่ย 154 วัน อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 29.3 องศาเซลเซียสในเดือนเมษายน และอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 26.7 องศาเซลเซียสในเดือนธันวาคม อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 28.14 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพันธ์อยู่ระหว่าง 75-83 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉลี่ย 78.7 เปอร์เซ็นต์ และความเร็วลมประมาณ 1-2 เมตร/วินาที ปริมาณการระเหยของน้ำ ประมาณ 3.3-5.5 มิลลิเมตรต่อวัน


การปกครอง

    จังหวัดพัทลุง มีรูปแบบการปกครองและการบริหารราชการแผ่นดิน 3 รูปแบบ คือ
1.การบริหารราชการส่วนกลาง ประกอบด้วย ส่วนราชการสังกัดส่วนกลาง ซึ่งมาตั้งหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดพัทลุง จำนวน 77 ส่วนราชการ
2.ราชการบริหารส่วนภูมิภาค จัดรูปแบบการปกครองและการบริหารราชการออกเป็น 2 ระดับ คือ
-ระดับจังหวัด ประกอบด้วยส่วนราชการประจำจังหวัด จำนวน 27 ส่วนราชการ
-ระดับอำเภอ ประกอบด้วย 10 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ
3.การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย 1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 เทศบาลเมือง 8 เทศบาลตำบล และ 64 องค์การบริหารส่วนตำบล


แม่น้ำลำคลองที่สำคัญ

     1.คลองป่าพะยอม มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาบรรทัด ไหลผ่านอำเภอป่าพะยอม ควนขนุนไปลงทะเลสาบสงขลาที่พรุควนเคร็ง มีความยาวประมาณ 33 กิโลเมตร
     2.คลองท่าแนะ มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาบรรทัด ไหลผ่านอำเภอศรีบรรพต ควนขนุน ไปลงทะเลสาบสงขลาที่บ้านปากประเหนือ มีความประมาณ 38 กิโลเมตร
     3.คลองนาท่อม มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาบรรทัด ไหลผ่านอำเภอเมืองพัทลุง ไปลงทะเลสาบสงขลาที่บ้านลำปำ มีความยาวประมาณ 42 กิโลเมตร
     4.คลองหลักสาม หรือ คลองสะพานหยี มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาบรรทัด ไหลผ่านอำเภอกงหรา อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอเขาชัยสน ไหลลงทะเลสาบสงขลา ที่บ้านปากพะเนียด มีความยาวประมาณ 35 กิโลเมตร
     5.คลองท่าเชียด มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาบรรทัด ไหลผ่านอำเภอตะโหมด อำเภอเขาชัยสน ไหลลงทะเลสาบสงขลาที่บ้านปากพล มีความยาวประมาณ 42 กิโลเมตร
     6.คลองป่าบอน มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาบรรทัด ไหลผ่านอำเภอป่าบอน อำเภอปากพะยูน ไหลลงทะเลสาบสงขลาที่บ้านพระเกิด มีความยาวประมาณ 40 กิโลเมตร
     7.คลองพรุพ้อ มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาบรรทัด เป็นคลองที่เป็นเส้นกั้นเขตแดนระหว่างจังหวัดพัทลุงกับจังหวัดสงขลา ไหลผ่านอำเภอป่าบอน อำเภอปากพะยูน ไหลลงทะเลสาบสงขลาที่บ้านท่าหยี มีความยาวประมาณ 36 กิโลเมตร


การเลือกตั้ง

     จังหวัดพัทลุง มีการเลือกตั้ง 5 ประเภท คือ สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาจังหวัด สมาชิกสภาเทศบาล สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และ สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล โดยมีสถิติการเลือกตั้ง ดังนี้
     สำหรับการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 (ฉบับประชาชน) จังหวัดพัทลุงสามารถเลือกสมาชิกวุฒิสภา และ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ดังนี้
     1.มีสมาชิกวุฒิสภาได้ 2 คน การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (วันที่ 4 มีนาคม 2543) มีผู้มาใช้สิทธิมาก คือร้อยละ 77.46 มีบัตรเสียร้อยละ 5.8 ของผู้มาใช้สิทธิ ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งคือ

  
1) ร้อยตรีอนุกูล สุภาไชยกิจ


2) นายโอภาส รองเงิน

     2.มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ จำนวน 3 คน โดยแบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็น 3 เขตเลือกตั้ง ดังนี้
          2.1 เขตเลือกตั้งที่ 1 ประกอบด้วย อำเภอเมืองพัทลุง และ อำเภอเขาชัยสน มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 103,195 คน และมีหน่วยเลือกตั้ง 221 หน่วย
          2.2 เขตเลือกตั้งที่ 2 ประกอบด้วย อำเภอควนขนุน อำเภอป่าพะยอม อำเภอศรีบรรพต กิ่งอำเภอศรีนครินทร์ และ อำเภอกงหรา เฉพาะตำบลชะรัด และ ตำบลสมหวัง มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 116,402 คน และมีหน่วยเลือกตั้ง 238 หน่วย
          2.3 เขตเลือกตั้งที่ 3 ประกอบด้วย อำเภอปากพะยูน อำเภอป่าบอน อำเภอบางแก้ว อำเภอตะโหมด และอำเภอกงหรา ยกเว้น ตำบลชะรัด และตำบลสมหวัง มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 106,761 คน และมีหน่วยเลือกตั้ง 202 หน่วย
     การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (วันที่ 6 มกราคม 2544) ผู้มาใช้สิทธิมาก คือ ร้อยละ 78 แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง มีบัตรเสียร้อยละ 6.80 ของผู้มาใช้สิทธิ ผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน ร้อยละ 1.98 แบบบัญชีรายชื่อ มีบัตรเสียร้อยละ 1.69 ไม่ประสงค์จะลงคะแนน 0.80 ผู้ได้รับการเลือกตั้ง


เขต 1 นายสุพัฒน์ ธรรมเพชร
สังกัดพรรคประชาธิปัตย์


เขต 2 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัต
สังกัดพรรคประชาธิปัตย์


เขต 3 นายนริศ ขำนุรักษ์
สังกัดพรรคประชาธิปัตย์


การเกษตรกรรม

    จังหวัดพัทลุง มีพื้นที่ทั้งหมด 2,140,296 ไร่ ในปี 2545 มีพื้นที่ทำการเกษตร จำนวน 1,422,894 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 66.48 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด ซึ่งเพิ่มจากปี 2544 จำนวน 55,325 ไร่ พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่
    1) ข้าว เนื้อที่ปลูกข้าว จำนวน 549,978 ไร่ ผลผลิตปีละ 274,458 ตัน มูลค่า 1,196.36 ล้านบาท เกษตรกรปลูกในพื้นที่ทั่วทั้งจังหวัด โดยแบ่งการปลูกออกเป็น 2 ประเภท ข้าวนาปี และข้าวนาปรัง พันธุ์ข้าวที่นิยมปลูกคือ พันธุ์ข้าว เล็บนก ชัยนาท 1 มาเลย์ สังหยด ดอกมะลิ เข็มทอง เฉี้ยง เป็นต้น ใช้บริโภคภายในจังหวัด 130,976 ตัน ที่เหลือส่งจำหน่ายใช้ทำพันธุ์และเลี้ยงสัตว์ ตลาดข้าวพัทลุง ได้แก่ 14 จังหวัดภาคใต้ และตลาดชายแดนมาเลเซีย (ค้าชายแดน)
    2) ยางพารา เนื้อที่ปลูก 675,298 ไร่ ผลผลิตปีละ 150,052.28 ตัน มูลค่า 5,251.83 ล้านบาท เกษตรกรปลูกในพื้นที่ทั่วทั้งจังหวัด
    3) ไม้ผล เนื้อที่ปลูก 64,771 ไร่ ได้แก่ ลองกอง มังคุด ทุเรียน และเงาะ ผลผลิตปีละ 26,606 ตัน มูลค่า 341.72 ล้านบาท

(ที่มา : สำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง)


การประมง

    จังหวัดพัทลุงมีแหล่งน้ำธรรมชาติหลายแห่งที่สำคัญคือทะเลสาบสงขลาตอนใน และทะเลน้อย ซึ่งในอดีตชาวประมงในพื้นที่จังหวัดพัทลุง สามารถจับสัตว์จากแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อบริโภค และจำหน่าย สร้างรายได้ให้ครอบครัวเป็นอย่างดี แต่ในปัจจุบันแหล่งน้ำต่าง ๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เสื่อมโทรมลง เนื่องจากการกระทำของมนุษย์ และธรรมชาติ เช่น การใช้เครื่องมือและวิธีการฝ่าฝืนกฎหมาย การใช้อวนล้อม อวนตาถี่ ใช้ยาเบื่อเมา ระเบิด การปล่อยน้ำของเสีย สารเคมีที่มีพิษลงสู่แม่น้ำ น้ำทั้งจากชุมชนต่าง ๆ และจากธรรมชาติ คือการรุกตัวของน้ำเค็มในบางฤดู การเกิดวัชพืชน้ำหลายชนิดเป็นจำนวนมาก สาเหตุต่าง ๆ ทำให้ปริมาณสัตว์น้ำต่าง ๆ ถูกทำลายลดปริมาณลง ปัจจุบันราษฎรที่ประกอบอาชีพประมงส่วนใหญ่ จึงประกอบอาชีพในลักษณะทำการประมงแบบยังยืน โดยใช้เครื่องมือ แห ตาข่าย โพงพาง อวนลอย เป็นต้น และประกอบอาชีพอื่น ๆ เช่น เลี้ยงสัตว์ ปลูกพืช ควบคู่ไปกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ทดแทนปริมาณสัตว์น้ำธรรมชาติที่จับได้ลดลง


ข้อมูลการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

    การเพาะเลี้ยงปลา ปลาที่นิยมเพาะเลี้ยงมาก คือ ปลาดุกลูกผสม ปลาช่อน ปลานิล ปลาตะเพียนขาว และปลากินพืชชนิดต่าง ๆ จากข้อมูลของสำนักงานประมงจังหวัดพัทลุง มีผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอีก จำนวน 8,983 ราย พื้นที่ 3,983 ราย พื้นที่ 3,050 ไร่ ปริมาณสัตว์น้ำที่จับได้ 14,453 กิโลกรัม
    การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง มีเลี้ยงเฉพาะในเขตพื้นที่อำเภอปากพะยูน โดยเฉพาะในตำบลเกาะนางคำ เกาะหมาก ฝาละมีและปากพะยูน สัตว์น้ำที่เพาะเลี้ยงจะเป็นสัตว์น้ำที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง เช่น กุ้งกุลาดำ ปลากระพงขาว จากข้อมูลปี 45 มีผู้เพาะเลี้ยงปลากระพงขาว 124 ราย จำนวน 309 กระชัง ได้ผลผลิตประมาณ 185,400 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 16.6 ล้านบาท มีผู้เลี้ยงกุ้งกุลาดำ 460 ราย พื้นที่ 3,053 ไร่ ได้รับผลผลิต 2,442,400 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 488.4 ล้านบาท นอกจากนี้มีการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม โดยทำการเลี้ยงในคอก จำนวน 43 ราย ผลผลิตประมาณ 12,900 กิโลกรัม มูลค่า 2.8 ล้านบาท

(ที่มา : สำนักงานประมงจังหวัดพัทลุง)


การปศุสัตว์

    การเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกรในจังหวัดพัทลุง ส่วนใหญ่แล้วเป็นการเลี้ยงรายย่อย และเลี้ยงควบคู่ไปกับการประกอบอาชีพอื่น สัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัด ได้แก่
    1) สุกร เกษตรกรผู้เลี้ยงมีจำนวน 6,750 ครัวเรือน มีจำนวนสุกรทั้งสิ้น 103,301 ตัว นิยมเลี้ยงกันมากในท้องที่อำเภอเมืองพัทลุง ควนขนุน และป่าบอน เกษตรกรสามารถส่งสุกรออกไปจำหน่ายยังจังหวัดต่าง ๆ ในภาคใต้ ประมาณ 9,000 - 9,500 ตัว/เดือน และใช้บริโภคในจังหวัดพัทลุงประมาณ 5,000 ตัว/เดือน ผลผลิตปีละประมาณ 180,000 ตัว/ปี มูลค่ารวมทั้งสิ้น 540 ล้านบาท
    2) โคเนื้อ ในอดีตเกษตรกรมักนิยมเลี้ยงโคพื้นเมืองเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันเริ่มหันมาเลี้ยงโคพันธุ์ และโคลูกผสมกันมากขึ้น นิยมเลี้ยงกันมากท้องที่อำเภอเมือง เขาชัยสน ปากพะยูน ควนขนุน และป่าบอน ณ เดือนมกราคม 2546 มีเกษตรกรเลี้ยงโคเนื้อ จำนวน 17,335 ครัวเรือน มีจำนวนโคเนื้อ 77,280 ตัว เป็นโคพื้นเมือง 61,824 ตัว โคพันธ์แท้และโคลูกผสม 15,456 ตัว ใช้บริโภคในจังหวัดประมาณเดือนละ 350 ตัว และส่งไปขายต่างจังหวัด เช่น สตูล ปัตตานี ประมาณเดือนละ 500 - 600 ตัว ซึ่งยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด และจากสถิติข้อมูลที่ผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบจำนวนโคเนื้อตั้งแต่ปี 2540 - 2544 พบว่าบางปีเกษตรกรเลี้ยงในปริมาณที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากแรงจูงใจด้านราคา แต่ส่วนใหญ่แล้วมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากปัญหาด้านพื้นที่และค่าพันธุ์ที่มีราคาสูง ผลผลิตปีละประมาณ 12,000 ตัน มูลค่ารวม 180 ล้านบาท
    3) โคนม จังหวัดพัทลุง เป็นจังหวัดที่เลี้ยงโคนมมากที่สุดในภาคใต้ มีโรงงานผลิตภัณฑ์นม จำนวน 1 แห่ง มีอัตรากำลังการผลิต 48 ตันต่อวัน ผลิตนมพาสเจอร์ไรส์เป็นถุงสำเร็จรูป จำหน่ายภายในจังหวัดพัทลุง ร้อยละ 60 และจำหน่ายต่างจังหวัดร้อยละ 40 เกษตรกรนิยมเลี้ยงโคนมมากท้องที่อำเภอเมืองพัทลุง ควนขนุน เขาชัยสน และป่าพะยอม ณ มกราคม 2546 มีเกษตรกรเลี้ยงโคนม จำนวน 280 ครัวเรือน มีโคนม จำนวน 3,598 ตัว (แม่โครีดนม 1,629 ตัว/แม่โคแห้งนม 417 ตัว/ลูกโค, โคสาว, โครุ่น 1,552 ตัว) มีน้ำนมเฉลี่ย 9.85 กก./ครัวเรือน หรือผลผลิตตกประมาณปีละ 5,840 ตัน มูลค่ารวมทั้งสิ้น 64 ล้านบาท
    4) การเลี้ยงสัตว์ปีก ได้แก่ ไก่พื้นเมือง ไก่เนื้อ เป็ดเทศ เป็ดไข่ เกษตรกรเลี้ยงกันทั่วไปทุกอำเภอ/กิ่งอำเภอ ท้องที่ที่เกษตรกรนิยมเลี้ยงกันมาก ได้แก่ ท้องที่อำเภอเมืองพัทลุง ควนขนุน เขาชัยสน และป่าบอน ณ มกราคม 2546 มีเกษตรกรเลี้ยงไก่พื้นเมือง จำนวน 21,423 ครัวเรือน จำนวนไก่พื้นเมือง 605,570 ตัว ไก่เนื้อมีเกษตรกรเลี้ยง จำนวน 332 ครัวเรือน จำนวนไก่เนื้อ 531,892 ตัว เป็ดเทศมีเกษตรกรเลี้ยง จำนวน 5,153 ครัวเรือน จำนวนเป็ดเทศ 111,227 ตัว และเป็ดไข่มีเกษตรกรเลี้ยง จำนวน 3,699 ครัวเรือน จำนวนเป็ดไข่ 74,813 ตัว


(ที่มา : สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพัทลุง)


การอุตสาหกรรม

    การอุตสาหกรรมในจังหวัดพัทลุง ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็ก เช่น โรงงานแปรรูปไม้ยางพารา โรงสีข้าว ร้านค้าส่งและค้าปลีก ร้านค้าวัสดุก่อสร้าง โรงงานจะตั้งกระจายอยู่ทุกอำเภอ โดยท้องที่ที่โรงงานตั้งอยู่มากที่สุด คือ อำเภอเมืองพัทลุง ควนขนุน เขาชัยสน แต่เมื่อพิจารณาเงินที่ผู้ประกอบการนำมาลงทุน พบว่ามีการลงทุนในท้องที่อำเภอเมืองพัทลุงมากที่สุด เป็นเงิน 385,181,952 บาท รองลงมาคือ อำเภอป่าบอน เป็นเงิน 274,228,522 บาท และอำเภอควนขนุน เป็นเงิน 137,890,154 บาท ในส่วนของการจ้างงานพบว่า โรงงานเขตอำเภอเมืองพัทลุง มีการจ้างงานมากที่สุด จำนวน 1,317 คน รองลงมาคือ อำเภอป่าบอน จำนวน 414 คน ดังตาราง

(ที่มา : สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพัทลุง)


การพาณิชย์และการบริการ

    การพาณิชย์ ภาคการค้าและการบริการส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก เพื่อการบริโภคของประชากรในจังหวัดพัทลุง เช่น ร้านค้าส่ง ร้านค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค ร้านค้าสวัสดุก่อสร้างและสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง จากข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทย สาขาภาคใต้ ณ มกราคม 2546 ในช่วง 9 เดือน ปี 2545 การลงทุนภาคเอกชนขยายตัว มีการส่งเสริมการลงทุน 1 รายเป็นกิจการผลิตยางแท่งร่วมทุนระหว่างไทยและอินโดนีเซีย เงินลงทุน 109.0 ล้านบาท และมีการจ้างงาน 233 คน สำหรับการจดทะเบียนธุรกิจนิติบุคคลมีการจดทะเบียน 47 ราย ทุนจดทะเบียน 77.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน ร้อยละ 30.6 และ 53.9 ตาลำดับ สำหรับพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างในเขตเทศบาล จำนวน 25,220 ตารางเมตร เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันในปีก่อนร้อยละ 62.6 ส่วนใหญ่เป็นการก่อสร้างเพื่อที่อยู่อาศัย 20,495 ตารางเมตร และก่อสร้างเพื่อการพาณิชย์ 2,802 ตารางเมตร
    การบริการ จังหวัดพัทลุง ไม่มีห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ ให้บริการ ส่วนใหญ่เป็นห้าง/ร้านค้าปลีก ขนาดกลางและขนาดเล็ก จำหน่ายสินค้าประเภทอุปโภคและบริโภคทั่วไป ด้านการบริการท่องเที่ยวจังหวัดพัทลุงเป็นอีกจังหวัดหนึ่งในกลุ่มพื้นที่เสริม พรั่งพร้อมในด้านการท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ หรือประวัติศาสตร์ แต่สิ่งอำนวยความสะดวกยังน้อยอยู่ มีโรงแรมที่พักนักท่องเที่ยว เช่น ลำปำรีสอร์ท มี 68 ห้องพัก ไทยโฮเต็ล 56 ห้องพัก โรงแรมหอฟ้า 94 ห้องพัก ดีน่า อินน์ 24 ห้องพัก แกรนด์ แมนชั่น 76 ห้องพัก เป็นต้น สำหรับร้านอาหาร ซึ่งให้บริการนักท่องเที่ยว เช่น ควนมะพร้าว พรรคพวก ลำปำซีฟู๊ด สวนอาหารสวนไผ่ อิมหยก อิสาน เป็นต้น

(ที่มา : สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพัทลุง)


การสหกรณ์

    ณ เดือนพฤษภาคม 2546 จังหวัดพัทลุงมีสหกรณ์ จำนวนทั้งสิ้น 91 สหกรณ์ สมาชิก 81,736 คน และ 1 ชุมนุมสหกรณ์ สมาชิก 54 สหกรณ์ แยกเป็น
    สหกรณ์ในภาคเกษตร จำนวน 82 สหกรณ์ สมาชิก 68,032 คน เช่น สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์กองทุนสวนยาง สหกรณ์ผู้ใช้น้ำ เป็นต้น
    สหกรณ์นอกภาคเกษตร จำนวน 10 สหกรณ์ สมาชิก 13,704 คน เช่น สหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์ร้านค้า สหกรณ์บริการ เป็นต้น

(ที่มา : สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพัทลุง)


การสาธารณสุข

    จังหวัดพัทลุง มีสถานบริการสาธารณสุขของภาครัฐและภาคเอกชน ดังนี้

สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ดังนี้
โรงพยาบาลทั่วไป ขนาด 347 เตียง จำนวน 1 แห่ง
โรงพยาบาลชุมชน 90 เตียง จำนวน 1 แห่ง
โรงพยาบาลชุมชน 30 เตียง จำนวน 8 แห่ง
จำนวนเตียงรวมทั้งจังหวัด 677 เตียง อัตราส่วนเตียง ต่อประชากรเท่ากับ 1 : 744
สถานีอนามัย จำนวน 125 แห่ง กระจายเต็มพื้นที่จังหวัด (สถานีอนามัยขนาดใหญ่ จำนวน 22 แห่ง และสถานีอนามัยทั่วไป จำนวน 103 แห่ง)

สถานบริการสาธารณสุขของเอกชน ดังนี้
สถานบริการสาธารณสุข (ขึ้นทะเบียนสาขาเวชกรรมชั้น 1 ) จำนวน 2 แห่ง คือ โรงพยาบาลรวมแพทย์ จำนวน 26 เตียง และโรงพยาบาลปิยะรักษ์ จำนวน 50 เตียง
สาขาเวชกรรม ชั้น 1 ไม่มีเตียง จำนวน 32 แห่ง
แผนโบราณ จำนวน 4 แห่ง
ผดุงครรภ์ ชั้น 1 ไม่มีเตียง จำนวน 19 แห่ง และผดุงครรภ์ชั้น 2 ไม่มีเตียง จำนวน 1 แห่ง
ทันตกรรม ชั้น 1 จำนวน 6 แห่ง และทันตกรรม ชั้น 2 จำนวน 2 แห่ง

(ที่มา : สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง)


การคมนาคม

   1) ทางรถยนต์ มีถนนตัดผ่านเกือบกึ่งกลางจากตัวจังหวัด จากทิศเหนือสู่ทิศใต้ คือ ทางหลวงหมายเขต 41 หรือถนนเอเซียและทิศตะวันตกสู่ทิศตะวันออก คือถนนเพชรเกษม มีทางหลวงจังหวัดเชื่อมถึง 21 สายทาง 25 ตอนควบคุมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 438.939 กิโลเมตร มีรถยนต์โดยสารประจำทางสามารถติดต่อได้ทั่วถึงกันทุกอำเภอ/กิ่งอำเภอ สำหรับการเดินทางระหว่างหมู่บ้านมีเส้นทางหลวงชนบท โยธาธิการและผังเมือง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเส้นทางของส่วนราชการอื่น ๆ
    2) ทางรถไฟ มีเส้นทางรถไฟสายใต้ผ่านจังหวัดพัทลุง ตั้งแต่เขตอำเภอควนขนุน เมืองพัทลุง เขาชัยสน บางแก้ว ป่าบอน และปากพะยูน ระยะทางประมาณ 78 กิโลเมตร มีรถไฟขนส่งผู้โดยสารและสินค้าผ่านทุกวัน ทั้งรถด่วน รถเร็ว รถธรรมดา สามารถเดินทางเชื่อมต่อจังหวัดข้างเคียงได้สะดวก
    3) ทางน้ำ พื้นที่ของจังหวัดพัทลุงติดต่อกับทะเลสาบสงขลา การคมนาคมที่สำคัญ คือ การเดินทางระหว่างจังหวัดพัทลุงกับจังหวัดสงขลา มีท่าเทียบเรือโดยสาร จำนวน 3 ท่า คือ ท่าเทียบเรือลำปำ ท่าเทียบเรือทะเลน้อย และท่าเทียบเรือปากพะยูน
    4) ทางอากาศ จังหวัดพัทลุงไม่มีสนามบินพาณิชย์ การเดินทางทางอากาศจะใช้สนามบินพาณิชย์จังหวัดตรัง (ระยะทาง 62 กิโลเมตร) สนามบินพาณิชย์หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา (ระยะทาง 109 กิโลเมตร) และสนามบินพาณิชย์นครศรีธรรมราช (ระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร)


การชลประทาน

    สภาพภูมิประเทศของจังหวัดพัทลุง ด้านทิศตะวันตกติดต่อกับเทือกเขาบรรทัด ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธารสายสั้น ๆ ไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาหลายสาย จึงทำให้การพัฒนาแหล่งน้ำธรรมชาติเหล่านี้ ให้มีประสิทธิภาพ สามารถนำน้ำมาใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น โดยการก่อสร้างระบบชลประทานขนาดต่าง ๆ มีพื้นที่การเกษตรได้รับประโยชน์ จำนวน 750,450 ไร่ ระบบชลประทานที่ได้ก่อสร้างแบ่งได้ ดังนี้
    โครงการชลประทานขนาดใหญ่ จำนวน 1 โครงการ คือ โครงการส่งน้ำและบำรุง
รักษาท่าเชียด ตั้งอยู่ท้องที่อำเภอบางแก้ว พื้นที่ได้รับประโยชน์ จำนวน 103,298 ไร่
    โครงการชลประทานขนาดกลาง จำนวน 10 โครงการ ในพื้นที่ 6 อำเภอ มีพื้นที่ได
รับประโยชน์ จำนวน 273,100 ไร่ ได้แก่
    ฝายนาท่อม อำเภอเมืองพัทลุง พื้นที่ชลประทาน 50,000 ไร่
    ฝายบ้านพร้าว อำเภอป่าพะยอม พื้นทีชลประทาน 35,700 ไร่
    ประตูระบายน้ำท่าแนะ อำเภอศรีบรรพต พื้นที่ชลประทาน 25,000 ไร่
    ฝายควนกุฏิ อำเภอเขาชัยสน พื้นที่ชลประทาน 38,700 ไร่
    ฝายพญาโฮ้ง อำเภอกงหรา พื้นที่ชลประทาน 17,000 ไร่
    ฝายคลองหลักสาม อำเภอกงหรา พื้นที่ชลประทาน 30,000 ไร่
    ฝายป่าบอน อำเภอป่าบอน พื้นที่ชลประทาน 7,000 ไร่
    อ่างเก็บน้ำป่าบอน อำเภอป่าบอน พื้นที่ชลประทาน 17,000 ไร่
    อ่างเก็บน้ำป่าพะยอม อำเภอป่าพะยอม พื้นที่ชลประทาน 35,700 ไร่
    ระบบส่งน้ำคลองป่าบอน อำเภอป่าบอน พื้นที่ชลประทาน 17,000 ไร่
    โครงการชลประทานขนาดเล็ก จำนวน 77 โครงการ พื้นที่ชลประทาน 190,050 ไร่ กระจายในพื้นที่ 10 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ

(ที่มา : โครงการชลประทานพัทลุง)


การไฟฟ้า

    ระบบไฟฟ้าในจังหวัดพัทลุง อยู่ในความรับผิดชอบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ประชาชนมีไฟฟ้าใช้แล้วครอบคลุมพื้นที่ 10 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ จำนวน 120,753 ครัวเรือน หรือคิดเป็นร้อยละ 97.65

(ที่มา : สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดพัทลุง)


การประปา

    การใช้บริการน้ำประปา มีหน่วยงานหลักให้การบริการ คือ สำนักงานการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดพัทลุง และระบบประปาหมู่บ้าน ดังนี้
    สำนักงานประปาพัทลุง อำเภอเมืองพัทลุง มีกำลังการผลิต 17,280 ลบ.ม./วัน มีผู้ใช้น้ำประมาณ 9,795 ราย
    สำนักงานประปาเขาชัยสน อำเภอเขาชัยสน มีกำลังการผลิต 1,050 ลบ.ม./วัน มีผู้ใช้น้ำประมาณ 1,450 ราย
    ระบบประปาหมู่บ้านครอบคลุมพื้นที่จังหวัด ประมาณ 1,970 แห่ง

(ที่มา : สำนักงานการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดพัทลุง)


โทรคมนาคม

    การติดต่อสื่อสารทางไปรษณีย์และโทรเลข มีอยู่ทุกอำเภอและกิ่งอำเภอ
    สำหรับการให้บริการโทรศัพท์มีเลขหมายโทรศัพท์ทั้งหมด 26,316 เลขหมาย แยกเป็น เลขหมาย TOT จำนวน 17,544 เลขหมาย และ TT & T จำนวน 8,772 เลขหมาย ยังคงเหลือหมู่บ้านที่ยังไม่มีโทรศัพท์ใช้ จำนวน 406 หมู่บ้าน (กันยายน 2546)


สถานีวิทยุกระจายเสียง

    จังหวัดพัทลุง มีสถานีวิทยุกระจายเสียง จำนวน 4 สถานี ได้แก่
    1.สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดพัทลุง (สวท.) ความถี่ 98.0 MH.
    2.สถานีวิทยุ อ.ส.ม.ท.จังหวัดพัทลุง ความถี่ 95.75 MH.
    3.สถานีวิทยุกระจายเสียงตำรวจภูธรภาค 9 จังหวัดพัทลุง ความถี่ 90.75 MH.
    4.สถานีวิทยุกระจายเสียงกองทัพภาคที่ 4 จังหวัดพัทลุง ความถี่ 89.25 MH.

(ที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง)


รายชื่อ หัวหน้าส่วนราชการ

   ปลัดจังหวัด นายธำรงค์ เจริญกุล
    หัวหน้าสำนักงานจังหวัด นางลาวัณย์ เวชสาร
    พัฒนาการจังหวัด นายสวัสดิ์ มีแต้ม
    โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด นายมนตรี ศักดิ์เมือง
    เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด นายรังสิฏ เศรียรอุ่น
    ผบ.เรือนจำกลาง นายณรงค์ ยงณรงค์เดชกุล
    ผจก.การประปาส่วนภูมิภาค นายลพ หวังใดเหม
    ผจก.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นายอำพล ฟักทอง
    ประธานสภา อบจ. นายประกาศิต ไหมอ่อน
    นายก อบจ. นายวาทิต ไพศาลศิลป์
    นายกเทศมนตรีเมือง นายโกสินทร์ ไพศาลศิลป์

    นายอำเภอเมือง นายนิพันธ์ ศิริธร
    นายอำเภอควนขนุน นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม
    นายอำเภอปากพะยูน นายดลเดช พัฒนรัฐ
    นายอำเภอเขาชัยสน อภินันท์ ซื่อธานุวงศ์
    นายอำเภอกงหรา นายมนัส นิลสุข
    นายอำเภอศรีบรรพต นายธวัชชัย แทัเที่ยง
    นายอำเภอบางแก้ว นายศิลป์ชัย รามณีย์
    นายอำเภอป่าพะยอม นายสุริยพล เวียสุวรรณ
    นายอำเภอตะโหมด นายเดชา กังสนันท์
    นายอำเภอป่าบอน นายปิติเลิศ สุวรรณเกษา
    ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ ศรีครินทร์ นายฉลอง เทอดวีระพงศ์

    ขอขอบคุณ ฝ่ายข้อมูลและติดตามประเมินผล สำนักงานจังหวัดพัทลุง